| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชุมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน |
| นักวิจัย | : | กมล เอื้ออาภรณ์ |
| คำค้น | : | A PREFERABLE CHOICE OF NEW HOUSING FOR SQUATTER SETTLEMENT INBANGKHEN CAMPUS , KASETSART UNIVERSITY AREA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000800 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษารูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขนขั้นตอนและกระบวนการในการจัดการรื้อย้ายชุมชนที่สำคัญ บางประการ เพื่อจะได้ทราบขั้นตอนการมีส่วนร่วมระหว่างผู้อยู่อาศัย กับองค์กรภาครัฐตลอดจนการแก้ไขปัญหาและข้อจำกัดที่จะเกิดขึ้นของชุมชน เพื่อหารูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมตามที่ชาวชุมชนต้องการสามารถที่จะเป็นแนวทางในอนาคต และใช้เป็นขั้นตอนการดำเนินการดังกล่าวโดยมีผลกระทบน้อยที่สุด การวิจัยในกระบวนการนี้จะต้องศึกษาจากการดำเนินงานขององค์กรสัมภาษณ์ผู้ดำเนินการในองค์กร ทีมีส่วนเกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพมหานคร การเคหะแห่งชาติสำนักงานจัดระบบจราจรทางบก กับ กลุ่มผู้อยู่อาศัยของชุมชนโรงสูบน้ำและชุมชนพหลโยธิน 45 จำนวนทั้งสิ้น 654 หลังคาเรือน รวมประชากร2,684 คน ผลจากการสำรวจของผู้วิจัยโดยเข้าทำการคัดเลือก สัมภาษณ์ผู้อยู่อาศัย 78 หลังคาเรือน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยมีระบบพร้อมกับสัมภาษณ์คณะกรรมการชุมชนทั้งสองเพื่อให้ทราบแนวคิดจากมุมมองทั้งสองฝ่าย กายภาพปัจจุบันของชุมชนยังมีความแออัด วัสดุเก่าที่ใช้เป็นไม้และสังกะสีส่วนใหญ่ รูปแบบที่อยู่อาศัย เป็นบ้านแถวไม้เป็นบ้านทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สร้างให้ในอดีต แต่มีการต่อเติมสร้างขยายออกมาหลากหลายลักษณะซึ่งจะเป็นการสร้างบ้านแบบถาวรดีกว่าเดิมห้องน้ำครัวนั้นมีการใช้เป็นการส่วนตัว ห้องนอนขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในบ้านและกำลังเงินที่จะต่อเติมรุปแบบบ้านทางด้านสังคมชาวชุมชนมีการเข้าร่วม กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีการจัดขึ้นส่วนใหญ่แล้วแต่ว่าบ้านไหนจะเข้าร่วมงานใดตามความสะดวกของแต่ละบ้านอัตรารายได้ของชาวชุมชนเฉลี่ยอยู่ที่ 7,444 บาทต่อเดือน ทัศนะคติจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับภายในชุมชนของตนเอง แต่ทัศนคติเกี่ยวกับองค์กรเจ้าของที่ดินนั้น ค่อนข้างแย่ เพราะทางองค์กรเจ้าของที่ดินไม่เข้ามาคุยไม่ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับชาวชุมชนโดยตรง แต่พยายามดำเนินการตามแบบแผนการรื้อย้ายที่ตั้งไว้ในหลักการโดยตรงโดยให้ชาวชุมชนขึ้นไปอยู่แฟลต คือ จัดการเด็ดขาดเพียงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านพยายามแสดงความต้องที่จะขอแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยในบริเวณ ที่ดินเดิมการวิเคราะห์รูปแบบที่อยู่อาศัยจากกรณีศึกษาตัวอย่างที่รื้อย้ายสำเร็จเรียบร้อย 4โครงการของรัฐ พบว่า โครงสร้างความสัมพันธ์ของชุมชนทางสังคมนั้นมีความสำคัญมากเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในการรื้อย้าย ถ้าสามารถทำให้คงอยู่ได้ ก็จะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาได้ง่าย ซึ่งจะมีความละเอียดอ่อนมาก ในการจัดผังทางกายภาพให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตแบบเดิมชองชาวชุมชน เมื่อจะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมา ในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้จำนวนสมาชิกในครอบครัว ความสัมพันธ์ของชาวชุมชน กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิม และการรวมกลุ่มเพื่อจะดูแลซึ่งกันและกัน แต่อย่างไรก็ตามข้อสำคัญที่สุดก็ควรจะต้องพิจารณาจากความเดือดร้อนที่แท้จริงของชาวชุมชน |
| บรรณานุกรม | : |
กมล เอื้ออาภรณ์ . (2543). รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชุมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมล เอื้ออาภรณ์ . 2543. "รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชุมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมล เอื้ออาภรณ์ . "รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชุมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. กมล เอื้ออาภรณ์ . รูปแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมในการรื้อย้ายชุมชนหลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตบางเขน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
