| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของมวลสารผนังภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศในการออกแบบอาคาร |
| นักวิจัย | : | สรญา ประวิตรางกูร |
| คำค้น | : | EXTERIOR WALL MASS , THERMAL COMFORT , COOLING LOAD |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000763 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาอิทธิพลของผนังมวลสารภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศ เพื่อหาแนวทางในการออกแบบผนังภายนอกที่มีปริมาณมวลสารและมีรูปแบบของอาคารที่มีความเหมาะสมกับสภาพการใช้งานทั้งในสภาวะที่ไม่มีการปรับอากาศและสภาวะที่มีการปรับอากาศตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านการประหยัดพลังงานในอาคาร กระบวนการวิจัยจะเริ่มจากการกำหนดสภาพการใช้งานอาคารที่จะทำการทดสอบ โดยแบ่งออกเป็นสภาวะที่ไม่มีการปรับอากาศ ปรับอากาศตลอด 24 ชม. ปรับอากาศเวลากลางวัน (8.00-18.00 น.) และปรับอากาศเวลากลางคืน (20.00-6.00 น) แล้วจึงทำการจัดกลุ่มผนังมวลสารภายนอกที่จะทำการทดลองโดยแยกฃประเภทตามคุณลักษณะของมวลสารที่ระดับค่า-สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนต่าง ๆ ได้ดังนี้ กลุ่ม 1 ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน 3.979-3.989 W/m('2)C ได้แก่ผนังไม้เนื้อแข็งหนา 12 มม.ผนังอิฐ 7 ซม. กับปูนทรายข้างละ 8 มม. ผนังคอนกรีตหนา 12.5 ซม.(เป็นผนังมวลสารน้อย ปานกลางและมากตามลำดับ) กลุ่ม 2 ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน 0.953-0.959 W/m('2)C ได้แก่ ผนังคอนกรีตมวลเบาหนา7 ซม. กับปูนขนาดกลางข้างละ 5 มม. , ผนังคอนกรีตมวลเบาหนา 17 ซมกับปูนนน.เบาข้างละ 1 ซม. ผนังคอนกรีตมวลเบาหนา 27 ซม. กับปูนนน.เบาข้างละ 1 ซม. (เป็นผนังมวลสารน้อย, ปานกลางและมากตามลำดับ)ต่อจากนั้นจึงดำเนินการทดสอบโดยใช้การจำลองภาพการทดลองด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม DOE 2.1 D. ซึ่งจะทำการเก็บวัดผลข้อมูลทางด้านอุษหภูมิภายในอาคารและค่าภาระการทำความเย็นของระบบปรับอากาศ และการนำผลการทดลองที่ได้มาวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งานผนังมวลสารภายนอกกับอาคารรูปแบบต่าง ๆ ที่มีรูปร่างภายนอกของอาคารต่างกันแต่มีพื้นที่ใช้สอยของอาคารเท่ากัน ผลการวิจัยพบว่า แบบผนังและรูปแบบอาคารที่มีจำนวนชั่วโมงของอุณหภูมิภายในอาคารอยู่ในช่วงสภาวะน่าสบายมากที่สุดภายใต้สภาวะที่ไม่มีการปรับอากาศ ได้แก่ ผนังมวลสารน้อยและรูปแบบอาคารที่มีลักษณะผังพื้นแบบแผ่คลี่-มีพื้นที่ผนังอาคารมาก ส่วนสภาพการใช้งานอาคารในสภาวะที่มีการปรับอากาศ ตลอด 24 ชม. และปรับอากาศเฉพาะเวลากลางวันนั้นจะให้ผลการทดลองที่หมือนกัน คือ แบบผนังที่มีผลรวมของค่าภาระการทำความเย็นน้อยที่สุดคือ ผนังมวลสารมาก โดยมีรูปแบบอาคารที่เหมาะสมที่สุดคือ อาคาร ที่มีพื้นที่ผนังน้อยที่สุด (คืออาคารสี่เหลี่ยมจัตุรัส)สำหรับในสภาวะที่มีการปรับอากาศเฉพาะกลางคืน ผลการทดลองของแบบผนังและรุปแบบอาคารที่มีค่าภาระการทำความเย็นน้อยที่สุด ได้แก่ผนังมวลสารน้อยและ รูปแบบอาคารที่มีพื้นที่ผนังอาคารน้อยที่สุดผลการทดลองของการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการออกแบบผนังอาคารเพื่อการประหยัดพลังงานได้ |
| บรรณานุกรม | : |
สรญา ประวิตรางกูร . (2543). อิทธิพลของมวลสารผนังภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศในการออกแบบอาคาร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สรญา ประวิตรางกูร . 2543. "อิทธิพลของมวลสารผนังภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศในการออกแบบอาคาร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สรญา ประวิตรางกูร . "อิทธิพลของมวลสารผนังภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศในการออกแบบอาคาร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. สรญา ประวิตรางกูร . อิทธิพลของมวลสารผนังภายนอกที่มีต่อสภาวะน่าสบายและภาระการปรับอากาศในการออกแบบอาคาร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
