ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย
นักวิจัย : กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ
คำค้น : CONCENTRATION RATIO , DOMESTIC RESOURCE COST , COMPRESSOR INDUSTRY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000715
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย ลักษณะการกระจุกตัวตลอดจนความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบในการผลิต โดยการศึกษาจะมุ่งเน้นศึกษาเฉพาะคอมเพรสเซอร์สำหรับเครื่องปรับอากาศประเภทที่ใช้ในบ้านเท่านั้น โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวัดการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมประกอบด้วย ดัชนี ConcentrationRatio Herfindahl Summary Index และ ComprehensiveConcentration Ratio ซึ่งคำนวณจากข้อมูลกำลังการผลิตเป็นเวลา 12 ปี(พ.ศ.2531-พ.ศ.2542) ส่วนเครื่องมือในการศึกษาความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ คือ ต้นทุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ โดยจะเปรียบเทียบระหว่างปี พ.ศ.2538 และ พ.ศ.2541 การวิเคราะห์ในส่วนแรก พบว่า โครงสร้างอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทยมีลักษณะเป็นตลาดผู้ผลิตน้อยราย โดยปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตในอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 5 ราย และหากพิจารณาถึงการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพบว่า อุตสาหกรรมมีระดับการกระจุกตัวที่ค่อนข้างสูงทั้งนี้เนื่องจากอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์เป็นอุตสาหกรรมที่อาศัยเงินลงทุนและเทคโนโลยีในการผลิตสูงซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญประการหนึ่งในการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ แต่อย่างไรก็ดีการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมนี้มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากนโยบายของรัฐที่ให้มีการส่งเสริมการลงทุนและส่งเสริมให้เกิดการค้าเสรี ทำให้มีผู้ผลิตรายใหม่เข้ามาในอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยที่ผู้ผลิตรายใหม่ที่เข้ามาส่วนมากจะเป็นการร่วมลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนี้หลังจากมีการเปิดเสรีทางการค้า นอกเหนือจากการแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นภายในประเทศแล้ว ผู้ประกอบการยังต้องแข่งขันกับผู้ผลิตจากต่างประเทศที่มีกำลังการผลิตขนาดใหญ่ และสามารถผลิตได้ด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่าอีกด้วย ในส่วนที่สอง คำนวณต้นทุนการใช้ทรัพยากรภายในประเทศในการผลิตโดยเปรียบเทียบสองช่วงเวลา พบว่า ในปี พ.ศ.2538 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบอัตราแลกเปลี่ยน สัดส่วน DRC ต่อ SERเฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมมีค่าเท่ากับ 0.94 ซึ่งน้อยกว่า 1 แสดงถึงต้นทุนการใช้ทรัพยากรในประเทศที่ใช้ในการผลิตคอมเพรสเซอร์นั้นต่ำกว่าต้นทุนที่เกิดจากการนำเข้าคอมเพรสเซอร์จากต่างประเทศ แต่ในปี พ.ศ.2541สัดส่วน DRC ต่อ SER เฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมมีค่าเท่ากับ 1.09ซึ่งมากกว่า 1 นั่นคืออุตสาหกรรมดังกล่าวสูญเสียความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ ทั้งนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากการขยายการลงทุนในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ไม่สามารถ ผลิต ณ ระดับที่ก่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาดได้ ดังนั้นมาตรการที่จะช่วยเหลืออุตสาหกรรมนี้คือ การกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์ของคอมเพรสเซอร์หรือขยายตลาดให้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำลงสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

บรรณานุกรม :
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ . (2543). การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ . 2543. "การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ . "การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
กาญจนา แสงลิ้มสุวรรณ . การศึกษาโครงสร้างและความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบของอุตสาหกรรมคอมเพรสเซอร์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.