| ชื่อเรื่อง | : | ประวัติและผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ : กรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ |
| นักวิจัย | : | วัชนี เมษะมาน |
| คำค้น | : | LAMUL YAMAKUP , PAMA-MON DANCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000580 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติ ผลงาน แนวคิด และวิธีการสร้างสรรค์ผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ โดยมีกรณีศึกษาคือระบำพม่า-มอญวิธีวิจัยคือ การศึกษาเอกสารทางวิชาการ การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จากประสบการณ์และการเรียนรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากครูลมุล ยมะคุปต์ ของผู้วิจัยประมาณ30 ปี จากการวิจัยพบว่าครูลมุล ยมะคุปต์ (พ.ศ.2448-2525) เกิดที่จังหวัดน่านเมื่ออายุได้ 5 ขวบ บิดาได้พามาถวายตัวเป็นละครที่วังสวนกุหลาบ และที่วังสวนกุหลาบ ครูลมุลได้ความรู้ทางละครในรูปแบบของละครนอก ละครในและละครพันทางต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่วังเพชรบูรณ์และได้ความรู้ในเรื่องของละครดึกดำบรรพ์ เมื่อออกจากวังเพชรบูรณ์ ครูลมุลได้สมรสกับครูสงัด ยมะคุปต์ และได้ขึ้นไปเป็นครูสอนละครที่เชียงใหม่ในคุ้มพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ซึ่งครูลมุลได้ความรู้เกี่ยวกับนาฎยศิลป์ล้านนาและพม่า ครูลมุลได้นำคณะละครไปแสดงที่เมืองพระตะบองประเทศเขมร อยู่1 ปี ซึ่งคงได้ประสบการณ์ด้านดนตรีและนาฏศิลป์ของเขมรมาบ้าง ต่อมาเข้ารับราชการเป็นครูแผนกนาฎศิลป กรมศิลปากร และทำงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายมีผลงานระหว่างปี พ.ศ.2477-2525 มากกว่า 50 ชุด แบ่งได้เป็น 6 ประเภท คือ1. ระบำที่ยึดแบบแผนนาฎยศิลป์ไทย 2. ระบำที่ผสมผสานทั้งอาศัยและไม่ได้อาศัยแบบแผนนาฎยศิลป์ไทย 3. ระบำจากภาพแกะสลักโบราณคดี 4. ระบำประกอบเครื่องดนตรี 5. ระบำกำ-แบ 6. ระบำเลียนแบบท่าทางของสัตว์ ผลงานเหล่านี้ผู้วิจัยพบว่ามี 2 แนว คือ แนวอนุรักษ์ และแนวพัฒนา ระบำพม่า-มอญ ที่ผู้วิจัยใช้เป็นกรณีศึกษานี้เป็นระบำประเภทผสมผสานลักษณะท่ารำของพม่าและท่ารำของมอญ ผู้วิจัยพบว่าครูลมุล ยมะคุปต์ น่าจะได้แนวคิดจากแหล่งที่มาดังนี้ 1. ท่ารำมอญของชาวมอญในประเทศไทย 2. ท่ารำของมอญในละครพันทาง 3. ท่ารำของพม่าในละครพันทาง 4. ท่ารำของฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตาทางภาคเหนือระบำพม่า-มอญเป็นระบำในละครพันทางเรื่องราชาธิราชตอนกระทำสัตย์ แสดงเมื่อ ปี 2496 ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ พม่าและมอญ แบ่งการแสดงเป็น 4 ท่อน คือ 1. กลุ่มพม่าออกในเพลงรัวพม่า2. กลุ่มมอญออกในเพลงมอญยาดเล้ 3. รำพร้อมกัน 4. รำเข้าในเพลงรัวมอญปัจจุบันการแสดงรำบะพม่า-มอญยังคงรูปแบบการแสดง และจัดอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนของวิทยาลัยนาฎศิลป์ กรมศิลปากร ในกรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ ผู้วิจัยพบว่าครูลมุลสามารถนำเอาท่ารำของต่างชาติมาประดิษฐ์ขึ้นใหม่ได้อย่างแนบเนียนและกลมกลืน ระหว่างนาฎยศิลป์ 2 รูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมาก ทั้งยังเป็นแนวคิดและกลวิธีที่เป็นประโยชน์ต่อการประดิษฐ์ระบำในยุคหลังๆ และเนื่องจากผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุลมีมาก จึงควรมีการวิจัยที่ลุ่มลึกศึกษากันต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
วัชนี เมษะมาน . (2543). ประวัติและผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ : กรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชนี เมษะมาน . 2543. "ประวัติและผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ : กรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัชนี เมษะมาน . "ประวัติและผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ : กรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. วัชนี เมษะมาน . ประวัติและผลงานนาฎยประดิษฐ์ของครูลมุล ยมะคุปต์ : กรณีศึกษาระบำพม่า-มอญ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
