ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การล่อให้กระทำความผิดอาญา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การล่อให้กระทำความผิดอาญา
นักวิจัย : ศุภชัย เศวตกิตติกุล
คำค้น : ENTRAPMENT , AGENT PROVOCATEUR , OFFICIAL INSTIGATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001467
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

"การล่อให้กระทำความผิด" มีความหมายทางกฎหมายแตกต่างกันออกไปในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law แต่ที่เข้าใจโดยทั่วไป คือเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐที่เกิดขึ้นในชั้นสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา โดยมักเกิดขึ้นกับความผิดประเภทที่ไม่มีเอกชนเป็นผู้เสียหายโดยเฉพาะ (victimless crimes) เช่น คดียาเสพย์ติด การล่อให้กระทำความผิดเกิดขึ้นจากการที่เจ้าพนักงานมีความจำเป็นต้องใช้เทคนิควิธีการในการแสวงหาพยานหลักฐานโดยการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น การใช้สายลับเข้าไปล่อซื้อยาเสพย์ติด เมื่อเจ้าพนักงานใช้วิธีการดังกล่าวเกินขอบเขตจนถึงขนาดก่อให้บุคคลซึ่งไม่เคยคิดที่จะกระทำความผิดมาก่อน กลับเกิดเจตนาที่จะกระทำความผิดขึ้น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการล่อให้กระทำความผิด (Entrapment) ปัญหาที่สำคัญของ "การล่อให้กระทำความผิด" คือ การที่รัฐใช้วิธีการอันไม่เหมาะสมในการแสวงหาพยานหลักฐาน ยังผลให้ได้ผู้กระทำความผิดที่ไม่สมควรถูกนำตัวมาลงโทษ ในหลายประเทศได้ใช้วิธีการควบคุมความไม่เหมาะสมของการกระทำของเจ้าพนักงานแตกต่างกันออกไปกล่าวคือ ในสหรัฐอเมริกามีกฎหมายสารบัญญัติว่าด้วยข้อต่อสู้ในเรื่องของการล่อให้กระทำความผิดของเจ้าพนักงาน (Substantive Defence) ในแคนาดาใช้หลักกฎหมายในเรื่องการใช้กระบวนพิจารณาของศาลไปในทางมิชอบ (Abuse of Process) ในอังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ นำวิธีการทางกฎหมายลักษณะพยานคือการใช้บทตัดพยาน (Exclusion of Evidence)มาใช้ในการแก้ไขปัญหาของการใช้วิธีการอันไม่เหมาะสมในการแสวงหาพยานของฝ่ายรัฐในกรณีดังกล่าว ในประเทศไทย ไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายควบคุมเจ้าพนักงานรัฐในเรื่องการล่อให้กระทำความผิด และไม่ปรากฏว่ามีคำพิพากษาที่วินิจฉัยในเรื่องการกระทำของเจ้าพนักงานรัฐในเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน แต่มีความเห็นทางวิชาการว่าควรจะมีการควบคุมดูแลการใช้วิธีการอันไม่เหมาะสมซึ่งมีหลายความเห็นเสนอให้นำบทตัดพยานมาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมโดยให้ถือว่าพยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อให้กระทำความผิดเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แต่จากการศึกษาพบว่าวิธีการทางพยานแต่ลำพังไม่ใช่เครื่องมือทางกฎหมายที่ดีที่สุดในการนำมาใช้ควบคุมการกระทำของเจ้าพนักงาน ในขณะที่การกำหนดหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชัดเจนในทางสารบัญญัติ หรือวิธีสบัญญัติ เพื่อนำมาใช้กับการล่อให้กระทำความผิดโดยเฉพาะน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า สำหรับวิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้เสนอให้ใช้แนวทางทางกฎหมายสารบัญญัติ เพราะเป็นการให้หลักประกันกับประชาชนในสังคมที่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
ศุภชัย เศวตกิตติกุล . (2544). การล่อให้กระทำความผิดอาญา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภชัย เศวตกิตติกุล . 2544. "การล่อให้กระทำความผิดอาญา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ศุภชัย เศวตกิตติกุล . "การล่อให้กระทำความผิดอาญา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ศุภชัย เศวตกิตติกุล . การล่อให้กระทำความผิดอาญา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.