| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลของสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต |
| นักวิจัย | : | กรองทอง เพ็ชรวงศ์ |
| คำค้น | : | EFFECTIVENESS , MEDIA USED , PROMOTE , BLOOD DONATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544001237 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเนื้อหาสาระที่นำเสนอในสื่อประชาสัมพันธ์ประเภทแผ่นพับ และโปสเตอร์ในการโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์ กับความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการบริจาคโลหิตของบุคลากรภาครัฐและเอกชน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษามีจำนวน 1,016 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละค่าเฉลี่ย ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน, t-test และ One-way ANOVA ซึ่งประมวลผลโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSSผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้~bส่วนที่ 1~b การวิเคราะห์เนื้อหาสื่อประชาสัมพันธ์ ที่แผยแพร่ในช่วงปี 2539-2543 ประกอบด้วยแผ่นพับ 34 แบบ และโปสเตอร์ 18 แบบ สรุปว่า สาระที่นำเสนอเน้นเรื่องความรู้เกี่ยวกับโลหิต โดยมีแนวคิดหลักคือ "โลหิตต้องมาจากการบริจาค ไม่มีการซื้อขาย" เน้นคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตที่มีคุณภาพ ประเด็นเนื้อหาเป็นการให้ข่าวสารข้อเท็จจริง และความรู้รองลงมาเป็นการเสริมสร้างทัศนคติ และโน้มน้าวใจให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ลักษณะของการโน้มน้าวใจโดยใช้แรงจูงใจด้วยการย้ำให้ปฏิบัติตาม และใช้เรื่องของบุญกุศล ใช้คำพูดกินใจ และสโลแกน ส่วนรูปลักษณ์ของสื่อส่วนใหญ่จัดพิมพ์ 4 สีเพื่อความสวยงาม และดึงดูดใจ ขนาดที่จัดทำคือแผ่นพับจะใช้แบบ 3 และ 4 คอลัมน์ ส่วนโปสเตอร์ จัดพิมพ์ขนาด 15"x21"~bส่วนที่ 2 การวิจัยเชิงสำรวจ สรุปผลได้ดังนี้~b 1. บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มีเพศ การศึกษา อาชีพต่างกัน เปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตไม่ต่างกัน แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ สถานภาพสมรสและรายได้ต่างกัน เปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์แตกต่างกัน 2. บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มี เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ แตกต่างกันมีความรู้เรื่องการบริจาคโลหิตต่างกัน แต่ บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มีสถานภาพสมรสและรายได้เฉลี่ยต่างกัน มีความรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตไม่ต่างกัน 3. บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มี เพศ อายุ สถานภาพสมรส การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่างกัน มีทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตไม่ต่างกัน 4. บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มีเพศ สภานภาพสมรสต่างกัน มีพฤติกรรมบริจาคโลหิตต่างกัน แต่บุคลากรภาครัฐและเอกชนที่มีอายุ การศึกษา อาชีพ และรายได้ต่างกัน มีพฤติกรรมบริจาคโลหิตไม่ต่างกัน 5. การเปิดรับสื่อบุคคลมีความสัมพันธ์กับความรู้เรื่องการบริจาคโลหิต 6. การเปิดรับสื่อประชาสัมพันธ์มีความสัมพันธ์กับทัศนคติต่อการบริจาคโลหิต 7. การเปิดรับสื่อบุคคล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมบริจาคโลหิต 8. ความรู้เรื่องการบริจาคโลหิต ไม่มีความสัมพันธ์กับทัศนคติเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต 9. ความรู้เรื่องการบริจาคโลหิต มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมบริจาคโลหิต 10. ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิต มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมบริจาคโลหิต |
| บรรณานุกรม | : |
กรองทอง เพ็ชรวงศ์ . (2544). ประสิทธิผลของสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กรองทอง เพ็ชรวงศ์ . 2544. "ประสิทธิผลของสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กรองทอง เพ็ชรวงศ์ . "ประสิทธิผลของสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. กรองทอง เพ็ชรวงศ์ . ประสิทธิผลของสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อโน้มน้าวใจบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มาบริจาคโลหิต. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
