ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ
นักวิจัย : เอกภพ ยานะวิมุติ
คำค้น : TIME SERIES , BOX-JENKINS METHOD , STRUCTURAL EQUATION MODEL , LEADING INDICATOR
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082543000875
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนระหว่างวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างกับวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้ตัวบ่งชี้นำ ในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาทางการศึกษาที่ไม่คงที่ โดยพยากรณ์ล่วงหน้า 5 ช่วงเวลา และตรวจสอบผลการพยากรณ์โดยใช้ค่าวัดความถูกต้องของการพยากรณ์ 6 ค่า ได้แก่ RMSE, MAPE,MdAPE, MdRAE, GMRAE และ Percent Better เป็นเกณฑ์ฐานข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ฐานข้อมูลของบำเพ็ญ ปิดชิด (2540)และเก็บรวบรวมเพิ่มเติมจากบันทึกสถิติ เป็นชุดของข้อมูลอนุกรมเวลารายเดือน4 ชุดที่มีลักษณะที่ไม่คงที่ ได้แก่ ปริมาณการยืมหนังสือทั่วไป หนังสือสำรองวิทยานิพนธ์ และผู้เข้าใช้บริการ จำนวน 90, 48, 90 และ 90 ช่วงเวลาตามลำดับ ของศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์-มหาวิทยาลัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่แสดงแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากฤดูกาลด้วยกราฟและการวิเคราะห์การถดถอยการพยากรณ์ด้วยการวิเคราะห์อนุกรมเวลาวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้ตัวบ่งชี้นำ และวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ และตรวจสอบผลการพยากรณ์แต่ละวิธีด้วยค่าวัดความถูกต้องของการพยากรณ์ 6 ค่า ผลจากการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ข้อมูลอนุกรมเวลาปริมาณการยืมหนังสือทั่วไปมีแนวโน้มแบบควอดราติก และมีการเปลี่ยนเนื่องจาก ฤดูกาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีการรวมโมเดลแบบบวก ปริมาณการยืมหนังสือสำรองมีแนวโน้มแบบเส้นตรงและมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีการรวมโมเดลแบบบวกปริมาณการยืมวิทยานิพนธ์ และผู้เข้าใช้บริการมีแนวโน้มแบบควอดราติกและมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากฤดูกาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05และมีการรวมโมเดลแบบคูณ 2. ผลการวิเคราะห์อนุกรมเวลาปริมาณการยืมสิ่งพิมพ์ พบว่าโมเดลที่เหมาะสมกับข้อมูลปริมาณการยืม หนังสือทั่วไป คือ IMA(2,1)xSAR(1,1)(,12)ค่าพยากรณ์ในเดือนธันวาคม 2542 ถึงเดือนเมษายน 2543 ได้ค่าพยากรณ์ดังนี้7,105, 8,020, 8,903, 4,906 และ 5,364 เล่ม ตามลำดับ โมเดลที่เหมาะสมกับข้อมูลปริมาณ การยืมหนังสือสำรอง คือ ARI(1,1)xSARI(1,1)(,12)ค่าพยากรณ์ในเดือนมิถุนายน 2539 ถึงเดือนตุลาคม 2539 ได้ค่าพยากรณ์ดังนี้ 169,335, 410, 264 และ 162 เล่ม ตามลำดับ โมเดลที่เหมาะสมกับข้อมูลปริมาณการยืมวิทยานิพนธ์ คือ ARI(2,2)xSARI(1,1)(,12) ค่าพยากรณ์ในเดือนธันวาคม2542 ถึงเดือนเมษายน 2543 ได้ค่าพยากรณ์ดังนี้ 8,871, 9,445, 9,989,10,281 และ 9,240 เล่ม ตามลำดับ 3. ผลการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาปริมาณการยืมหนังสือทั่วไปและหนังสือสำรองด้วยวิธีบ๊อกซ์และ เจนกิ้นส์ และผลการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาปริมาณการยืมวิทยานิพนธ์ด้วยวิธีบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้าง มีขนาดความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด

บรรณานุกรม :
เอกภพ ยานะวิมุติ . (2543). การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เอกภพ ยานะวิมุติ . 2543. "การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เอกภพ ยานะวิมุติ . "การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
เอกภพ ยานะวิมุติ . การเปรียบเทียบความคลาดเคลื่อนในการพยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลาษาที่ไม่คงที่ระหว่างเทคนิคบ๊อกซ์และเจนกิ้นส์ที่ใช้โมเดลสมการเชิงโครงสร้างและตัวบ่งชี้นำ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.