| ชื่อเรื่อง | : | ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบกับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ |
| นักวิจัย | : | กิ่งแก้ว ปาจรีย์ |
| คำค้น | : | PHYSICAL THERAPY , NON-STEROIDAL ANTI-INFLAMMATORY AGENTS , IBUPROFEN , ADHESIVE CAPSULITIS , RANDOMISED CONTROLLED TRIAL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000768 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | รายงานนี้เป็นการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผล ระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบ กับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ โดยดูการเปลี่ยนแปลงของคะแนนจากแบบสอบถาม The Shoulder Pain andDisability Index (ภาคภาษาไทย) รูปแบบการวิจัยเป็นการทดลองแบบสุ่มและใช้กลุ่มเปรียบเทียบ เริ่มด้วยการคัดเลือกผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อไหล่อักเสบตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้วสุ่มให้รับการรักษาแบบใดแบบหนึ่งเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ให้กลุ่มควบคุมรับประทานยาIbuprofen ขนาด 400 มก. วันละ 3 เวลาหลังอาหาร กลุ่มที่ศึกษาได้รับยา ibuprofenขนาดเท่ากับกลุ่มควบคุม ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล สัปดาห์ละ 3 ครั้งแต่ละครั้งเริ่มด้วยการให้ short wave diathermy นาน 20 นาที ตามด้วยการตัดข้อไหล่มากน้อยตามแนวทางมาตรฐาน ในวันที่ไม่ได้มารับการรักษาที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยต้องบริหารข้อไหล่ด้วยตนเองตามที่ได้รับคำแนะนำ ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มได้คำขอร้องมิให้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นนอกจาก acetaminophen และหยุดยาดังกล่าว 48 ชั่วโมงก่อนพบแพทย์ มีการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดสุปดาห์ที่สามตัวแปรที่ใช้วัดประกอบด้วย การเปลี่ยนแปลงคะแนนจากการตอบแบบสอบถาม The Shoulder Pain and Disability Index (ภาคภาษาไทย),พิสัยการเคลื่อนไหวของข้อ, ภาวะแทรกซ้อน, จำนวนยาแก้ปวดที่รับประทาน, ผลการรักษาโดยรวม และความพึงพอใจในการรักษา เมื่อนำตัวแปรของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมาเปรียบเทียบด้วยวิธี intention to treat analysis จำนวน จำนวนผู้ป่วยที่นำมาวิเคราะห์รวมทั้งสิ้น 96 ราย แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 45 ราย และกลุ่มศึกษา 47 ราย ผลการวิเคราะห์พบว่ากลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยดีขึ้น 10.4 คะแนน (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 13.6 คะแนน)กลุ่มศึกษามีคะแนนเฉลี่ยดีขึ้น 19.4 คะแนน (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 15.8 คะแนน)กลุ่มศึกษามีคะแนนเฉลี่ยดีขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุม 9.0 คะแนน (ร้อยละ 95 ของความเชื่อมั่น: 2.9-15.1 คะแนน, ค่าพี = 0.004) สำหรับตัวแปรอื่น ๆ พบว่ากลุ่มศึกษามีการเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเกือบทุกตัวแปร ยกเว้นความสามารถในการกางไหล่และจำนวนยาแก้ปวดที่ใช้ ภาวะแทรกซ้อนจากการทำรักษานั้นมีเพียงเล็กน้อยและไม่รุนแรง ข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้แสดงถึงประสิทธิผลของการทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการปวดไหล่ลดลง มีพิสัยของการเคลื่อนไหวข้อไหล่ดีขึ้น ปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง มีความก้าวหน้าในการรักษาโดยรวมและมีความพึงพอใจต่อผลการรักษามากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการรักษาดังกล่าวน่าจะช่วยสนับสนนให้แพทย์ตัดสินเลือกใช้วิธีการรักษาทางกายภาพบำบัดมาร่วมในการรักษาผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
กิ่งแก้ว ปาจรีย์ . (2544). ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบกับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิ่งแก้ว ปาจรีย์ . 2544. "ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบกับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กิ่งแก้ว ปาจรีย์ . "ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบกับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. กิ่งแก้ว ปาจรีย์ . ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิผลระหว่างการทำกายภาพบำบัดร่วมกับการใช้ยาต้านการอักเสบกับการใช้ยาต้านการอักเสบอย่างเดียวในผู้ป่วยเอ็นข้อไหล่อักเสบ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
