ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต
นักวิจัย : ดุษณี วินิจฉัย
คำค้น : ATTITUDE , RISK BEHAVIOR , BLOOD DONATION , SECONDARY SCHOOL STUDENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000730
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติต่อการบริจาคโลหิต พฤติกรรมเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 1,965 คน จากจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของภาคบริการโลหิตแห่งชาติจำนวน 4 จังหวัด คือ ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราชเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามส่งไปโรงเรียนที่สุ่มเลือกได้ โดยทางไปรษณีย์ระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2544 ถึง กุมภาพันธ์ พ.ศ.2545 เปรียบเทียบความแตกต่างโดยใช้ Mann-Whitney U-test และ Chi-Square test ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 16-23 ปี(ร้อยละ 87.5) มีน้ำหนักตัวเฉลี่ย 53.1 กิโลกรัม, ร้อยละ 85.3 ไม่มีโรคประจำตัว,ร้อยละ 13.8 เคยบริจาคโลหิต เหตุผลในการตัดสินใจบริจาคโลหิตครั้งแรก คือช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ร้อยละ 96.7 และในกลุ่มนักเรียนที่เคยบริจาคโลหิต มีความตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตเป็นประจำ ร้อยละ 37.6 ส่วนกลุ่มนักเรียนที่ไม่เคยบริจาคโลหิตมีความตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตเป็นประจำ ร้อยละ 37.6 ส่วนกลุ่มนักเรียนที่ไม่เคยบริจาคโลหิต มีความตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตเป็นประจำเพียง ร้อยละ 8.5 จะบริจาคเป็นครั้งคราวร้อยละ 45.9 จากการศึกษาพบว่า นักเรียนที่เคยบริจาคโลหิตและไม่เคยบริจาคโลหิตมีทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และพบว่ามีความแตกต่างกันในเรื่องพฤติกรรมเสี่ยง (ที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต)เฉพาะเรื่องการมีเพศสัมพันธ์และการใช้สารเสพติด (การสูบบุหรี่ และ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ส่วนการใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น(ประเภทของมีคมและแปรงสีพัน) และการเที่ยวสถานเริงรมย์พบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างนักเรียนที่เคยบริจาคโลหิตและไม่เคยบริจาคโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.05)ยกเว้นในเรื่องการใช้มีดโกนร่วมกับผู้อื่นที่พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) จากเกณฑ์กำหนดคุณสมบัติผู้บริจาคโลหิตของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยพบว่า ร้อยละ 24.2 ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายมีคุณสมบัติที่บริจาคโลหิตได้ดังนั้นการศึกษานี้แสดงให้เห็นแนวทางในการจัดหาโลหิตที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นได้ จากนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายได้ โดยสร้างแรงจูงใจ ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ซึ่งจะทำให้เด็กนักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการบริจาคโลหิต และรู้จักหลีกเลี่ยงจากพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อการบริจาคโลหิต

บรรณานุกรม :
ดุษณี วินิจฉัย . (2544). ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษณี วินิจฉัย . 2544. "ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดุษณี วินิจฉัย . "ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ดุษณี วินิจฉัย . ทัศนคติต่อการบริจาคโลหิตและพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในส่วนภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคโลหิต. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.