| ชื่อเรื่อง | : | ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลรัฐเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐต่อการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล |
| นักวิจัย | : | ดวงพร โสภา |
| คำค้น | : | HOSPITAL AUTONOMIZATION , HEALTH SERVICE ARRANGEMENT , SYSTEM ANALYAIS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000729 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงพรรณา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล ภายหลังการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลในกำกับของรัฐ ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ตามการรับรู้ของผู้รับบริการ งานบริการผู้ป่วยนอกคลินิกฝากครรภ์ คลินิกสุขภาพเด็กดี และผู้ปฏิบัติงาน ในมิติโครงสร้าง กระบวนการและผลลัพธ์ เก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนตุลาคม 2544 - กุมภาพันธ์ 2545 จากการสัมภาษณ์ผู้รับบริการจำนวน 1,040 คน (ร้อยละ 100) การสำรวจผู้ปฏิบัติงานโรงพยาบาลบ้านแพ้ว โดยใช้แบบสอบถามในจำนวน 364 คนได้รับแบบสอบถามกลับคืน 186 ชุดคิดเป็นร้อยละ 51.1 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่า ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตามลักษณะของข้อมูลประกอบกับข้อมูลเชิงคุณภาพ ที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงพยาบาล รวมทั้งข้อคิดเห็น และเสนอแนะจากผู้รับบริการและผู้ปฏิบัติงาน ผลการวิจัยพบว่า ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ตามการรับรู้ของผู้รับบริการผู้ป่วยนอก และคลินิกฝากครรภ์ เห็นว่า โรงพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงจากก่อนออกนอกระบบมาก (ร้อยละ 71.5 และ 52.5 ตามลำดับ) ส่วนผู้รับบริการคลินิกเด็กดีเห็นว่าโรงพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย (ร้อยละ 44.1) โดยภาพรวมทุกกลุ่มเห็นว่าโรงพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้น ทั้งในมิติโครงสร้าง ได้แก่ อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม เครื่องมือทันสมัย มิติกระบวนการ ได้แก่ การตรวจรักษา การนัดพบแพทย์การได้รับคำแนะนำจากพยาบาล และการมีเจ้าหน้าที่ต้อนรับช่วยเหลือดูแล และมิติผลลัพธ์ได้แก่ ความมั่นใจในการรักษา การเสียเวลาตรวจและการได้รับคำแนะนำในการใช้ยา ซึ่งสอดคล้องกับการรับรู้ของผู้ปฏิบัติงานที่เห็นว่า โรงพยาบาลมีการเปลี่ยนแปลงในทางดีขึ้นทั้งมิติโครงสร้าง กระบวนการ และผลลัพธ์ นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรบุคคล(แย่กว่าเดิม ร้อยละ 33.5) ที่มีการย้ายเข้า-ออกมาก เนื่องจากรู้สึกไม่มั่นคงต่อการออกนอกระบบราชการ ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับรู้ว่า ปัจจัยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นปัจจัยภายในองค์กรมากกว่าปัจจัยภายนอกองค์กรซึ่งได้แก่ปัจจัยผลักดันระดับการจัดการและระดับเทคนิคมากกว่าระดับสถาบัน/นโยบาย จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การรับรู้ของผู้ปฏิบัติงานยังรับรู้เพียงปัจจัยที่อยู่ใกล้ตัว การถ่ายทอดนโยบายที่สำคัญอาจยังไม่ครอบคลุมและมีการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรบุคคลในทิศทางที่ยังไม่น่าพอใจ ในขณะที่ผู้รับบริการยังขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเป็นองค์การมหาชน โรงพยาบาลจึงควรดำเนินการด้านการถ่ายทอดนโยบายที่ชัดเจน การจัดทำแผนอัตรากำลัง การพัฒนาบุคลากร เพื่อการบริการ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน |
| บรรณานุกรม | : |
ดวงพร โสภา . (2544). ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลรัฐเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐต่อการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดวงพร โสภา . 2544. "ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลรัฐเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐต่อการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดวงพร โสภา . "ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลรัฐเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐต่อการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ดวงพร โสภา . ผลกระทบของการออกนอกระบบราชการจากโรงพยาบาลรัฐเป็นโรงพยาบาลในกำกับของรัฐต่อการจัดบริการสุขภาพในโรงพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
