| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบและแบบสอบด้วยกระบวนการ ดี เอฟ ไอ ทีสำหรับแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ |
| นักวิจัย | : | รักชนก ยี่สุ่นศรี |
| คำค้น | : | DIFFERENTIAL FUNCTIONING OF ITEMS AND TESTS , DIFFERENTIAL ITEM FUNCTIONING , DIFFERENTIAL TEST FUNCTIONING , ENTRANCE EXAMINATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000607 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบ(DIF) และแบบสอบ (DTF) วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ ด้วยกระบวนการดี เอฟ ไอ ที สำหรับกลุ่มผู้สอบเมื่อจำแนกตามเพศและสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของโรงเรียนที่จบการศึกษา เพื่อเปรียบเทียบค่าความเที่ยง ความตรง และค่าฟังก์ชันสารสนเทศของแบบสอบระหว่างแบบสอบฉบับก่อนและหลังตัดข้อสอบที่พบ DIF โดยใช้ข้อมูลการตอบข้อสอบจากแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของทบวงมหาวิทยาลัยปีการศึกษา 2543 ครั้งที่ 1 วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ โดยทำการศึกษาในส่วนที่เป็นข้อสอบแบบหลายตัวเลือก จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 4,000 คน และ 3,600 คน ตามลำดับ ผลการวิจัยพบว่า 1. แบบสอบวิชาภาษาอังกฤษทำหน้าที่ต่างกันตามเพศและสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของโรงเรียนที่จบการศึกษาของผู้สอบ ส่วนแบบสอบวิชาคณิตศาสตร์ทำหน้าที่ต่างกันตามเพศของผู้สอบ และผลการวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันที่ระดับข้อสอบ พบว่าข้อสอบทำหน้าที่ต่างกันตามเพศของผู้สอบมากที่สุด สอดคล้องกันทั้งสองวิชา 2. ผลการเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบฉบับก่อนและหลังตัดข้อสอบที่พบ DIFทั้งในกรณีตัดทุกข้อและบางข้อทั้ง 2 วิชาได้ผลสอดคล้องกันดังนี้ 2.1 แบบสอบฉบับก่อนและหลังตัดข้อสอบมีค่าความตรงเชิงโครงสร้างของแบบสอบไม่แตกต่างกัน 2.2 แบบสอบฉบับหลังตัดข้อสอบที่พบ DIF ส่วนใหญ่มีค่าความเที่ยงลดลง 2.3 แบบสอบฉบับหลังตัดข้อสอบที่ DIF ส่วนใหญ่มีค่าฟังก์ชันสารสนเทศของแบบสอบมีมากขึ้น 3. ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งของคะแนนรวมของผู้สอบก่อนและหลังตัดข้อสอบที่พบ DIF ทั้งในกรณีตัดทุกข้อและบางข้อ พบว่าในทุกกรณีมีความสัมพันธ์ในทางบวกซึ่งกันและกันอย่างมีนัยสำคัญ แบบสอบวิชาภาษาอังกฤษมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมนแรงค์อยู่ระหว่าง 0.83 - 0.99 ส่วนในแบบสอบวิชาคณิตศาสตร์มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สเปียร์แมนแรงค์อยู่ระหว่าง 0.87 - 0.98 |
| บรรณานุกรม | : |
รักชนก ยี่สุ่นศรี . (2544). การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบและแบบสอบด้วยกระบวนการ ดี เอฟ ไอ ทีสำหรับแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รักชนก ยี่สุ่นศรี . 2544. "การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบและแบบสอบด้วยกระบวนการ ดี เอฟ ไอ ทีสำหรับแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. รักชนก ยี่สุ่นศรี . "การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบและแบบสอบด้วยกระบวนการ ดี เอฟ ไอ ทีสำหรับแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. รักชนก ยี่สุ่นศรี . การวิเคราะห์การทำหน้าที่ต่างกันของข้อสอบและแบบสอบด้วยกระบวนการ ดี เอฟ ไอ ทีสำหรับแบบสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วิชาภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
