ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน
นักวิจัย : สิทธิโชค ศิริจินดาเลิศ
คำค้น : ANAEN ROBIC , WASTEWATER TREATMENT , UASB , STAGING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082544000103
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาพฤติกรรมของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้น (UpflowAnaerobic Sludge Blanket : UASB) เปรียบเทียบกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วน (Staging Upflow Anaerobic Sludge Blanket : SUASB) เมื่อทำการป้อนด้วยน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีค่าอัตราการป้อน (OLR) เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วง OLRที่ทำการศึกษามีค่า 2-25 กรัมต่อลิตรต่อวัน การเปลี่ยนแปลงค่า OLR ของสายป้อนทำได้สองวิธี คือ การลดเวลาที่น้ำเสียอยู่ในถังปฏิกรณ์ (HRT) และการเพิ่มค่า COD ในสายป้อนให้สูงขึ้น การทดลองนี้จะดำเนินการระบบ UASB และ SUASB มีปริมาตรของแต่ละระบบรวม8 ลิตร ไปพร้อม ๆ กัน โดยระบบ SUASB จะมีถังปฏิกรณ์ย่อยทั้งหมด 4 ถัง โดยมีขนาดเท่ากันที่ 2 ลิตร ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะพบว่าในช่วงแรกของการดำเนินการ(วันที่ 1-12) ประสิทธิภาพในการกำจัด COD ของ SUASB มีค่าอยู่ในช่วง 92-99 เปอร์เซ็นต์ซึ่งมีค่าสูงและคงที่กว่า UASB ที่มีค่าอยู่ในช่วง 82-99 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากในระบบUASB จะเกิดภาวะการเจือจางขึ้น แต่หลังจากเกิดการปรับตัวของตะกอนที่มีความหนาแน่นสูงขึ้นทำให้การทดลองช่วงหลัง (วันที่ 13-25) ถังปฏิกรณ์ทั้งสองชนิดมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน แต่เมื่อพิจารณาค่าสัดส่วนมีเทนและปริมาณของก๊าซที่ผลิตขึ้นจากถังปฏิกรณ์ พบว่าก๊าซที่ได้จาก SUASB จะมีปริมาตรและสัดส่วนมีเทนสูงกว่า UASB ซึ่งระบุได้ว่าสภาวะในถังปฏิกรณ์แบบ SUASB มีความเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของแบคทีเรียประเภทสร้างมีเทนมากกว่า UASB นอกจากนี้การเพิ่ม OLR ด้วยวิธีต่างกันจะมีผลต่อประสิทธิภาพในการกำจัด CODต่างกันด้วย เนื่องจากปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการกำจัด COD คือขีดจำกัดในการถ่ายเทมวลของสารอินทรีย์ผ่านเข้าสู่เซลล์แบคทีเรีย การเพิ่มอัตราการไหล (ลด HRT)เป็นการเพิ่มอัตราการถ่ายเทมวลสาร ดังนั้นในการทดลองเพิ่ม OLR ให้มีค่า 10 กรัมต่อลิตรต่อวันโดยการเพิ่มอัตราการไหล (หรือลด HRT) ในวันที่ 6 และ 15-16 ของการทดลองประสิทธิภาพในการกำจัด COD ของถังปฏิกรณ์ทั้งสองแบบยังคงรักษาระดับให้มีค่าสูงกว่า90 เปอร์เซ็นต์ได้ ในขณะที่การเพิ่ม OLR โดยการเพิ่ม COD ไม่ทำให้อัตราการถ่ายเทมวลเพิ่มขึ้น ดังนั้นประสิทธิภาพของถังปฏิกรณ์ทั้งสองแบบมีค่าลดลง โดยในวันที่ 21ที่มีการเพิ่ม OLR เป็น 20 กรัมต่อลิตรต่อวันด้วยวิธีการเพิ่ม COD ยังมีผลกระทบที่รุนแรงต่อสัดส่วนมีเทนด้วย เนื่องจากเกิดการสะสมของกรดในระบบ และเมื่อเพิ่ม OLRจนถึง 25 กรัมต่อลิตรต่อวันโดยการลด HRT และเพิ่ม COD พร้อม ๆ กัน ถังปฏิกรณ์ทั้งสองแบบไม่สามารถทำงานต่อได้

บรรณานุกรม :
สิทธิโชค ศิริจินดาเลิศ . (2544). การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สิทธิโชค ศิริจินดาเลิศ . 2544. "การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สิทธิโชค ศิริจินดาเลิศ . "การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สิทธิโชค ศิริจินดาเลิศ . การเปรียบเทียบสมรรถนะของถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นกับถังปฏิกรณ์ไร้อากาศน้ำเสียไหลขึ้นแบบแบ่งส่วนในการบำบัดน้ำเสียสังเคราะห์ที่มีปริมาณสารอินทรีย์เปลี่ยนแปลงฉับพลัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.