| ชื่อเรื่อง | : | ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบิน (วาลีน ไฮแดนโตอิน) ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง |
| นักวิจัย | : | อดิศว์ ทัศณรงค์ |
| คำค้น | : | CARBAMYLATED HAEMOGLOBIN , ACUTE RENAL FAILURE , CHRONIC RENAL FAILURE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000659 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ที่มาและเหตุผล ในภาวะปกติของร่างกาย ยูเรียในเลือดจะมีการเปลี่ยแปลงไปเป็น isocyanic acid ซึ่งจะทำปฏิกิริยา คาร์บามายเลชั่น กับสายโปรตีนบนฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ได้เป็น "คาร์บามายเลตเตดฮีโมโกลบิน" ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายจะมีระดับยูเรียในเลือดสูงขึ้น ซึ่งก็จะทำให้ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบินในเลือดสูงขึ้นด้วย โดยจะมีความสัมพันธ์ทั้งกับระดับของยูเรียในเลือดที่สูงขึ้นและระยะเวลาที่ในเลือดมีระดับยูเรียสูง ดังนั้นในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันเมื่อเทียบกับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง พบว่าระดับของยูเรียในเลือดของทั้ง 2 กลุ่ม อาจจะไม่แตกต่างกัน แต่ระยะเวลาที่ในเลือดมีระดับยูเรียสูงในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันนั้นสั้นกว่า จึงน่าจะมีระดับคาร์บามายเลตเตดฮีโมโกลบินต่ำกว่าด้วย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันเปรียบเทียบกับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 2. เพื่อหาค่าของ คาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน ที่มีความไวและความจำเพาะสูงในการแยกผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันออกจากผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันออกจากผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ตัวอย่างและวิธีการศึกษา การศึกษานี้เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้าเพื่อการวินิจฉัยโรค โดยทำการศึกษาในช่วงเวลา 1 ปี จากเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ปี 2542 ผู้ป่วยที่เข้าสู่การศึกษาครั้งนี้เป็นผู้ป่วยไตวายเฉียบพลัน 35 คน และผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 39 คน โดยการเจาะเลือดผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มแล้วนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาค่าคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน ด้วยวิธีการ hydrolysis, extractionและ high-performance liquid chromatography ซึ่งจะวัดค่าของระดับคาร์บามายเลตเตดฮีโมโกลบินออกมาในรูปของ วาลีนไฮแดนโตอิน ผลการศึกษา ค่าเฉลี่ยของระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบินในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันมีค่าเท่ากับ54.77(+,ฑ)23.64 (+,m)gVH/gHb เทียบกับในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่มีค่าเท่ากับ 121.17(+,ฑ)52.29 (+,m)gVH/gHb ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.01) พบว่าระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบินที่ต่ำกว่า 80 (+,m)gVH/gHb ใช้แยกผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันจากผู้ป่วยไตวายเรื้อรังได้ดี โดยมีความไว 89% และความจำเพาะ 82% รวมทั้งอัตราส่วนระหว่างระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน กับระดับยูเรียในเลือดที่ต่ำกว่า 1.5 ก็สามารถใช้ในการแยกผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มออกจากกันได้ดี โดยมีความไว 89% และความจำเพาะ 72% สรุป 1. การวัดระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน สามารถใช้ในการแยกผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันออกจากผู้ป่วยไตวายเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบิน ที่ต่ำกว่า 80 (+,m)gVH/gHb และอัตราส่วนระหว่างระดับคาร์บามายเลตเตด ฮีโมโกลบินกับระดับยูเรียในเลือดที่ต่ำกว่า 1.5 สามารถใช้แยกผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันออกจากผู้ป่วยเรื้อรังได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อดิศว์ ทัศณรงค์ . (2542). ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบิน (วาลีน ไฮแดนโตอิน) ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อดิศว์ ทัศณรงค์ . 2542. "ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบิน (วาลีน ไฮแดนโตอิน) ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อดิศว์ ทัศณรงค์ . "ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบิน (วาลีน ไฮแดนโตอิน) ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. อดิศว์ ทัศณรงค์ . ระดับคาร์บามายเลต ฮีโมโกลบิน (วาลีน ไฮแดนโตอิน) ในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
