ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน
นักวิจัย : สุชัย กาญจนธารายนตร์
คำค้น : SIGNAL-AVERAGED ELECTROCARDIOGRAM , SAECG , CORONARY BYPASS GRAFT SURGERY , CABG
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000649
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้วว่าการทำ coronary artery bypass graft surgery(CABG) สามารถลดอัตราตายได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการใช้ยาในการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีการทำงานของหัวใจผิดปกติร่วมด้วย ('(1,2)) โดยมีกลไกต่าง ๆ หลายประการที่ใช้อธิบายผลดังกล่าว และกลไกที่สำคัญประการหนึ่งก็คือการเพิ่มขึ้นของ Leftventricular ejection fraction (LVEF) หลังการผ่าตัด CABG อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่ง คือจำนวนของ viable myocardium ที่เหลืออยู่ก่อนการผ่าตัด('(4)) แต่การวัดviable myocardium โดยตรงต้องใช้วิธี perfusion scintigraphy('(5)) ซึ่งมีขั้นตอนและเสียค่าใช้จ่ายมาก จึงมีแนวคิดที่จะใช้การวัดปัจจัยทางอ้อมนั่นคือ การวัดการมีพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจ มาใช้แทนการวัด viable myocardium โดยตรง('(6)) ซึ่งเครื่องมือที่ใช้วัดเป็น non-invasive test ที่ใช้ได้สะดวก ทราบผลรวดเร็ว และเสียค่าใช้จ่ายน้อย โดยอาศัยความรู้พื้นฐานที่ว่า signal averagingelectrocardiogram (SAECG) ที่ผิดปกติ บ่งบอกโดยทางอ้อมว่ามีบริเวณที่เป็นพังผืดในกล้ามเนื้อหัวใจและการศึกษานี้เป็นแนวคิดใหม่ที่ว่าการตรวจพบบริเวณดังกล่าวด้วย SAECG อาจนำมาใช้ทำนายการเพิ่มขึ้นของ LVEF หลังการผ่าตัดได้ นั่นหมายถึงว่ากลุ่มที่มี SAECG ให้ผลผิดปกติหรือผลบวกย่อมมีการเพิ่มขึ้นของ LVEF ต่ำกว่ากลุ่มที่ SAECG ให้ผลปกติ หรือผลลบ ดังนั้นการศึกษานี้ต้องการพิสูจน์สมมุติฐานดังกล่าวว่ามีความแตกต่างของการเพิ่มขึ้นของ LVEF หลังการผ่าตัด CABG ระหว่างกลุ่มที่มี SAECG ให้ผลบวก และ SAECG ให้ผลลบที่เวลา 3 เดือนหรือไม่ ผู้ป่วยทั้งสิ้นจำนวน 20 ราย แยกเป็น 6 ราย อยู่ในกลุ่ม SAECG ที่ให้ผลบวก และ 14 รายอยู่ในกลุ่ม SAECG ที่ให้ผลลบ ซึ่งข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองกลุ่มคล้ายคลึงกัน ผลการผ่าตัดพบว่ามีการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยโดยรวมคือ 37% (0.27 เป็น 0.37) กลุ่ม SAECG ที่ให้ผลลบ มีการเพิ่มขึ้นของLVEF มากกว่า กลุ่ม SAECG ที่ให้ผลบวก (14(+,ฑ)11 , 4(+,ฑ)3 ตามลำดับ , p = 0.02) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า SAECG สามารถใช้ทำนายผลของการผ่าตัดในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารี ที่มีการทำงานของหัวใจผิดปกติว่ารายใดจะได้รับประโยชน์มากกว่าในแง่การเพิ่มขึ้นของ LVEF

บรรณานุกรม :
สุชัย กาญจนธารายนตร์ . (2542). การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชัย กาญจนธารายนตร์ . 2542. "การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชัย กาญจนธารายนตร์ . "การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
สุชัย กาญจนธารายนตร์ . การใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบเฉลี่ยสัญญาณเพื่อทำนายการเปลี่ยนแปลงการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดโคโรนารีที่มีการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้ายผิดปกติหลังการผ่าตัดรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ระยะเวลา 3 เดือน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.