| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการ บริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง |
| นักวิจัย | : | เพ็ญพักตร์ หนูผุด |
| คำค้น | : | ISOMETIC TRUNK MUSCLE EXERCISES , SUBCUTANEOUS FAT , TRUNK MUSCLE STRENGTH , PHYSIQUE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082542000628 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการฝึกบริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริก(trunk muscle isometric exercise) ต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง ศึกษาในบุคลากรหญิงของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 30 คน อายุระหว่าง 25-40 ปี ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (body mass index) ไม่เกิน 25 ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนในช่วง 6 เดือนก่อนเข้าโปรแกรมฝึกบริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกที่ประกอบด้วยท่าบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อหลัง ทดสอบผลความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวกลุ่มงอลำตัว (trunk flexor) และกลุ่มเหยียดลำตัว (trunk extensor) ขณะกล้ามเนื้อหดตัวชนิดไอโซเมตริก (isometric) และไอโซคิเนติค(isokinetic) โดยบันทึกค่าแรงสูงสุดที่กระทำในเชิงมุมขณะกล้ามเนื้อหดตัวอยู่กับที่ (peakisometric torque) ที่ 0 องศาและ 30 องศา ค่าแรงสูงสุดที่กระทำในเชิงมุมขณะกล้ามเนื้อหดตัวด้วยความเร็วคงที่ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว (peak isokinetic torque) ที่ความเร็ว 60 องศาและ120 องศาต่อวินาที วัดความหนาของไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง (suprailiac) ซึ่งเป็นบริเวณที่ออกกำลังกับบริเวณใต้ท้องแขน (triceps) ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่ได้ออกกำลัง รวมทั้งขนาดเส้นรอบวงของเอวและสะโพกก่อนการฝึกและหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 2 4 6 และ 8 นำผลที่ได้จากการทดสอบมาวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำที่มีมิติเดียว (one-way repeated measurement) โดยกำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) เพื่อศึกษาผลความแตกต่างจากการฝึก ระหว่างก่อนการฝึกกับหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 2 4 6 และ 8 หากพบว่ามีความแตกต่างก็จะทำการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยใช้วิธีของตูกี (เอ) [Tukey (a)] การศึกษาครั้งนี้ พบว่าประชากรที่สามารถเข้ารับการฝึกตามโปรแกรมได้ตลอด 8 สัปดาห์มี 27 คน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลุ่มงอลำตัวและกลุ่มเหยียดลำตัว ขณะกล้ามเนื้อหดตัวชนิดไอโซเมตริกและไอโซคิเนติคทุกการทดสอบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังการฝึก 2 สัปดาห์และสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้ตลอดช่วงที่มีการฝึก 8สัปดาห์ (p<0.05) จากผลความหนาของไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้อง และขนาดเส้นรอบวงของเอวซึ่งเป็นบริเวณที่ออกกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหลังการฝึก 2 สัปดาห์ และ 8 สัปดาห์ตามลำดับ (p<0.05) ส่วนขนาดเส้นรอบวงของสะโพกลดลงแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)หลังการฝึก 8 สัปดาห์ แสดงให้เห็นว่าการฝึกบริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิด isometric สามารถปรับปรุงรูปร่างของผู้หญิงได้โดยไม่ทำให้ขนาดของกล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นแต่จะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงกระชับขึ้นและโปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้สำหรับผู้ที่ต้องฝึกเพื่อป้องกันอาการปวดหลังและสามารถปรับปรุงท่วงท่าได้ด้วยตัวเอง |
| บรรณานุกรม | : |
เพ็ญพักตร์ หนูผุด . (2542). ผลของการ บริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพ็ญพักตร์ หนูผุด . 2542. "ผลของการ บริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เพ็ญพักตร์ หนูผุด . "ผลของการ บริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. เพ็ญพักตร์ หนูผุด . ผลของการ บริหารกล้ามเนื้อลำตัวชนิดไอโซเมตริกต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและรูปร่าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
