ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย
นักวิจัย : วิยะดา สมบัติหิรัญวงศ์
คำค้น : INCOMPLETE INFORMATION , COMMON STOCK RETURN , CAPITAL ASSETPRICING MODEL
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000645
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Merton (1987) ได้ทำการศึกษาพบว่าตลาดมีความไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นโดยการกระจายของข้อมูลข่าวสารไม่ได้เกิดขึ้นทันที และมีนักลงทุนบางกลุ่มเท่านั้นที่รู้ข่าวสารและสามารถทำกำไรจากข่าวสารนั้นได้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนจำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการให้ได้มาซึ่งข่าวสารนั้น ดังนั้น ในการคำนวณหาราคาและผลตอบแทนของสินทรัพย์ทุน (Capital Asset Pricing Model-CAPM (Sharpe(1963,1964),Treynor(1961), Mossin(1966)) จึงควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นนอกจากความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic risk) โดย Merton ได้ค้นพบปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายเนื่องจากความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารคือ ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Non-systematic risk)ขนาดของบริษัท (Size) และขนาดของนักลงทุน (Investor Base) การศึกษานี้จัดทำขึ้นเพื่อทดสอบรูปแบบของ Merton ว่าความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารมีผลต่ออัตราผลตอบแทนของหุ้นสามัญในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือไม่และปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารนี้ วิธีการศึกษาแบ่งเป็น3 วิธีคือ การจัดหุ้นเป็นกลุ่มตามตัวแปรควบคุม (Portfolio formation) การใช้สมการถดถอย (Ordinary Least Square Regression) และการใช้สมการที่ตัวแปรตามใน 2 สมการมีความสัมพันธ์กัน (Simultaneous Regression) โดยทำการศึกษาหุ้นทุกตัวทั้งบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2535 ถึง 2539 สำหรับวิธีแรก ตัวแปรที่ใช้ในการควบคุมการจัดหุ้นเป็นกลุ่มเพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนของแต่ละกลุ่มคือ ขนาดของบริษัท และขนาดของนักลงทุน ตัวแปรที่ใช้แทนขนาดของนักลงทุนคือ จำนวนของนักวิเคราะห์ที่ได้ทำการติดตามหุ้นตัวนั้นๆ โดยนำข้อมูลนี้มาจากฐานข้อมูล I/B/E/S ผลที่ได้จากการทำวิธีนี้ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารมีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญหรือไม่และเป็นไปในทิศทางใดผลจากสมการถดถอยคือนอกจากความเสี่ยงที่เป็นระบบมีผลต่ออัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญแล้ว ขนาดของบริษัทก็มีผลกระทบโดยบริษัทที่มีขนาดเล็กจะให้ผลตอบแทนมากกว่าบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งผลนี้สอดคล้องกับการศึกษาก่อนนี้โดย Banz (1981), Reinganum(1981) และอื่นๆ อย่างไรก็ตามผลที่ได้นี้ตรงข้ามกับผลจากรูปแบบของ Merton ในขณะเดียวกันวิธีนี้ไม่พบว่าขนาดของนักลงทุนมีผลต่ออัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญอย่างมีนัยสำคัญวิธีสุดท้ายคือ การใช้สมการที่ตัวแปรตาม 2 สมการมีความสัมพันธ์กัน โดยตัวแปรตามที่ทำการศึกษานี้คืออัตราผลตอบแทนของหุ้นสามัญ และขนาดของนักลงทุน โดยทำการศึกษาในช่วงปี 2539 ถึง 2540 วิธีนี้พบว่าทั้งบนกระดานหลักและกระดานต่างประเทศความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารมีผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญในทิศทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนจะมากขึ้นถ้าขนาดของนักลงทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามผลที่ได้นี้ไม่สอดคล้องกับผลจากรูปแบบของ Merton เหตุผลอาจเป็นเพราะจำนวนข้อมูลที่ใช้ค่อนข้างน้อย สภาพคล่องของหุ้นบนกระดานต่างประเทศมีไม่มาก และตลาดไม่สามารถสะท้อนถึงผลกระทบของข้อมูลข่าวสารต่อราคาหุ้นได้ทันที ดังนั้นนักลงทุนที่มีข่าวสารจึงยังสามารถทำกำไรจากข่าวสารนั้นๆ ได้ กล่าวโดยรวมคือในการคำนวณหาราคาหรืออัตราผลตอบแทนของทรัพย์สินทุน ควรคำนึงถึงผลกระทบของความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารด้วย

บรรณานุกรม :
วิยะดา สมบัติหิรัญวงศ์ . (2541). ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิยะดา สมบัติหิรัญวงศ์ . 2541. "ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิยะดา สมบัติหิรัญวงศ์ . "ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
วิยะดา สมบัติหิรัญวงศ์ . ความไม่สมบูรณ์ทางข่าวสารและอัตราผลตอบแทนหุ้นสามัญ : กรณีศึกษาประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.