ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน
นักวิจัย : สุดา เรืองปราชญ์
คำค้น : SPELLING ACHIEVEMENT TEST , DICTATION FORMAT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000838
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน คือ อ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ3 ตัวเลือก, อ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือก และแบบเขียนตามคำบอก กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2541 จำนวน 460 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่ม โดยการสุ่มได้จำนวนนักเรียนในแต่ละกลุ่มที่ทำการวิเคราะห์ดังนี้กลุ่มที่หนึ่ง 155 คน กลุ่มที่สอง 150 คน และกลุ่มที่สาม 155 คน โดยกลุ่มตัวอย่างที่หนึ่ง ทำแบบสอบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 3 ตัวเลือก กลุ่มตัวอย่างที่สอง ทำแบบสอบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือก และกลุ่มตัวอย่างที่สามทำแบบสอบเขียนตามคำบอก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติดังนี้ 1) หาความเที่ยงแบบความทัดเทียมกันด้วยแบบสอบคู่ขนาน 2) หาความตรงตามสภาพของแบบสอบโดยสหสัมพันธ์แบบเพียร์สันระหว่างแบบสอบที่ผู้วิจัยสร้างกับแบบสอบมาตรฐานวิชาภาษาไทย จากสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร 3) หาความตรงตามสภาพโดยให้ครูผู้สอนวิชาภาษาไทยจัดอันดับความสามารถการสะกดคำของนักเรียน กับอันดับคะแนนจากการสอบแบบสอบสะกดคำตามคำบอกโดยหาความสัมพันธ์แบบสเปียร์แมน แรงค์4) ความเที่ยงและความตรงของแบบสอบทั้ง 3 รูปแบบเปลี่ยนเป็นสัมประสิทธิ์ซีของฟิชเชอร์ แล้วทดสอบความแตกต่างด้วยไคสแควร์ เปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยสถิติทดสอบซี ผลการวิจัยพบว่า 1. ความเที่ยงของแบบสอบสะกดคำตามคำบอกโดยการเขียนตามคำบอกมีค่าเท่ากับ.947 สูงกว่าแบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 3 ตัวเลือกซึ่งมีค่าเท่ากับ .751 และอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือกมีค่าเท่ากับ .751 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ส่วนค่าความเที่ยงของแบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 3 ตัวเลือก และแบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือกไม่แตกต่างกัน 2. ความตรงตามสภาพของแบบสอบจากการหาความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนแบบสอบสะกดคำกับคะแนนจากแบบสอบมาตรฐาน มีค่าดังต่อไปนี้ แบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ3 ตัวเลือกมีค่าเท่ากับ .518 แบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือกมีค่าเท่ากับ.436 และแบบเขียนตามคำบอกมีค่าเท่ากับ .538 และความตรงตามสภาพโดยให้ครูผู้สอนจัดอันดับความสามารถการสะกดคำของนักเรียน พบว่า แบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ3 ตัวเลือกมีค่าเท่ากับ .741 แบบอ่านให้ฟังแล้วเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือกมีค่าเท่ากับ.649 และแบบเขียนตามคำบอกมีค่าเท่ากับ .829 และเมื่อทดสอบความแตกต่างความตรงทั้งสองรูปแบบ พบว่าไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

บรรณานุกรม :
สุดา เรืองปราชญ์ . (2541). การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุดา เรืองปราชญ์ . 2541. "การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุดา เรืองปราชญ์ . "การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
สุดา เรืองปราชญ์ . การเปรียบเทียบคุณภาพของแบบสอบผลสัมฤทธิ์การสะกดคำที่มีรูปแบบการเขียนตามคำบอกต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.