| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาเซอรูโลพลาสมินเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือด |
| นักวิจัย | : | วารินทร์ ลีลาคุณากร |
| คำค้น | : | CERULOPLASMIN , AMINOLEVULINIC ACID DEHYDRATES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000783 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวินิจฉัยผู้ป่วยโรคพิษตะกั่วด้วยการวิเคราะห์ปริมาณตะกั่วในเลือดเพียงอย่างเดียวไม่อาจบ่งชี้ความเป็นพิษได้อย่างชัดเจนเพราะร่างกายแต่ละคนมีความต้านทานต่อตะกั่วต่างกัน อีกทั้งตะกั่วมีครึ่งชีวิตในกระแสเลือดสั้นเพียง 28-36 วันจึงเหมาะที่จะใช้ชี้วัดผู้ได้รับตะกั่วใหม่ๆ เท่านั้น ปัจจุบันจึงมีการใช้เอนไซม์ซึ่งช่วยชี้วัดความเป็นพิษของตะกั่วได้อย่างชัดเจนก่อนเกิดอาการ เอนไซม์ที่มีความไวต่อตะกั่วปริมาณต่ำได้แก่อะมิโนเลวูลินิกแอซิด ดีไฮดราเตสซึ่งมีข้อจำกัดคือเปลี่ยนแปลงตามอายุ ดังนั้นการหาเอนไซม์ตัวอื่นๆ ที่สามารถบ่งชี้ความเป็นพิษของตะกั่วได้จึงเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคพิษตะกั่ว เซอรูโลพลาสมินเป็นโปรตีนขนส่งทองแดงในกระแสโลหิตโดยใน 1 โมเลกุลจะจับกับทองแดง 6-8 อะตอม ทองแดงนี้ช่วยให้เซอรูโลพลาสมินเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันแบบออกซิเดสได้ ตะกั่วสามารถไล่ที่ทองแดงและทำให้แอคติวิตีของออกซิเดสของเซอรูโลพลาสมิน (oxidase activity of ceruloplasmin) ลดลง เซอรูโลพลาสมินจึงมีศักยภาพที่จะใช้เป็นเอนไซม์ในการวินิจฉัยโรคพิษตะกั่วได้ การศึกษานี้แสดงความสัมพันธ์ของปริมาณตะกั่วในเลือดกับแอคติวิตีของออกซิเดสของเซอรูโลพลาสมิน และแอคติวิตีของอะมิโนเลวูลินิกแอซิด ดีไฮดราเตส (activity ofaminolevulinic acid dehydratase) จากเลือดคนปกติ คนงานโรงพิมพ์และคนงานโรงงานแบตเตอรี จำนวน 53 ตัวอย่างพบว่าแอคติวิตีของเอนไซม์ทั้งสองลดลงเมื่อปริมาณตะกั่วเพิ่มขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r) เท่ากับ -0.6785 และ -0.8643 หมายถึงเอนไซม์ทั้งสองประมาณค่าปริมาณตะกั่วในเลือดถูกต้อง 46 และ 74.7 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ พิจารณาเฉพาะตัวอย่างที่ปริมาณตะกั่วไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตรพบว่าค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ -0.6963 และ -0.5785 ประมาณค่าตะกั่วได้ถูกต้อง 48.5 และ 33.46 เปอร์เซ็นต์ และระดับตะกั่วที่เริ่มยับยั้งแอคติวิตีของเอนไซม์ทั้งสองเป็น 12.5 และ 10 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตรตามลำดับ แสดงว่าแอคติวิตีของออกซิเดสของเซอรูโลพลาสมิน สามารถเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือดได้โดยเฉพาะที่ปริมาณตะกั่วต่ำกว่า 20 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร สามารถเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพที่ดีกว่าแอคติวิตีของอะมิโนเลวูลินิกแอซิด ดีไฮดราเตส นอกจากนี้แอคติวิตีของออกซิเดสของเซอรูโลพลาสมินในซีรัมยังมีความคงตัวกว่า 2 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิเดียวกันแอคติวิตีของอะมิโนเลวูลินิกแอซิดดีไฮดราเตส ในเลือดจะลดลงกว่าครึ่งภายใน 1 สัปดาห์ การวิเคราะห์แอคติวิตีของออกซิเดสของเซอรูโลพลาสมินทำได้สะดวกรวดเร็วเพียง 20 นาที ส่วนแอคติวิตีของอะมิโนเลวูลินิกแอซิด ดีไฮดราเตสใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง |
| บรรณานุกรม | : |
วารินทร์ ลีลาคุณากร . (2541). การศึกษาเซอรูโลพลาสมินเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วารินทร์ ลีลาคุณากร . 2541. "การศึกษาเซอรูโลพลาสมินเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วารินทร์ ลีลาคุณากร . "การศึกษาเซอรูโลพลาสมินเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. วารินทร์ ลีลาคุณากร . การศึกษาเซอรูโลพลาสมินเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ชีวภาพของปริมาณตะกั่วในเลือด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
