| ชื่อเรื่อง | : | การขยายตัวของอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ |
| นักวิจัย | : | อรกช เก็จพิรุฬห์ |
| คำค้น | : | INDUSTRIALIZATION , INEQUALITY , ECONOMICS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000742 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การขยายตัวของอุตสาหกรรม เป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของรายได้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นโดยตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2533-2535 มีการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความไม่เท่าเทียมกันของรายได้รุนแรงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก หากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมตามมาโดยปัญหาทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเนื่องจากขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ส่วนปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้น เป็นผลของการอพยพของแรงงานจากชนบทเข้าสู่เมือง ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาเป็นลูกโซ่ ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการขยายตัวอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ดังกล่าว จะได้ทำการศึกษาในปี 2531 2535 และ 2539 โดยดัชนี ShorrocksOrder Two ซึ่งเป็นดัชนีที่สามารถนำมาแยกส่วนเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ โดยวิธีการศึกษาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการวิเคราะห์ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยรวม ส่วนที่สองเป็นการวิเคราะห์ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยวิธีแยกส่วนตามปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ความไม่เท่าเทียมกันตามแหล่งที่มาของรายได้ และความไม่เท่าเทียมกันตามคุณสมบัติของประชากร เช่นภาคการผลิต ภูมิภาค เขตการปกครอง การศึกษา และอาชีพ เป็นต้น ส่วนสุดท้ายเป็นการวิเคราะห์ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยวิธีแยกส่วนตามระยะเวลา ผลการศึกษา พบว่า ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยรวมมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2535 การขยายตัวของอุตสาหกรรม ทำให้มีการสะสมทุนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างรายได้และกระทบต่อความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยรวม โดยที่ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้จากกำไรนอกภาคเกษตร สามารถอธิบายความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยรวมได้สูงสุดในขณะที่การเพิ่มขึ้นของความไม่เท่าเทียมกันของรายได้จากกำไรนอกภาคเกษตร ในปี2535 และรายได้จากค่าจ้างและเงินเดือน ในปี 2539 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้โดยรวมเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาโครงสร้างความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ในแต่ละภาคการผลิต พบว่า ภาคบริการ สามารถอธิบายความไม่เท่าเทียมกันของรายได้สูงสุด ในปี 2531 และ 2535 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอธิบายได้สูงสุดในปี2539 หากมองในภาพรวม พบว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้เพิ่มสูงขึ้น แต่หากมองในระดับภูมิภาค พบว่า ยังขึ้นอยู่กับลักษณะการขยายตัวของอุตสาหกรรมว่า มีการขยายตัวแบบกระจุกอยู่ในบางส่วนของภูมิภาคหรือกระจายไปทั่วทั้งภูมิภาค |
| บรรณานุกรม | : |
อรกช เก็จพิรุฬห์ . (2541). การขยายตัวของอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรกช เก็จพิรุฬห์ . 2541. "การขยายตัวของอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรกช เก็จพิรุฬห์ . "การขยายตัวของอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. อรกช เก็จพิรุฬห์ . การขยายตัวของอุตสาหกรรมกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
