| ชื่อเรื่อง | : | ความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 |
| นักวิจัย | : | จิรวรรณ สิงหกาญจน์ |
| คำค้น | : | APPROPRIATENESS , PENALTY , THE BUILDING CONTROL ACT B.E. 2522 |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000413 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ตลอดจนอุปสรรค ข้อขัดข้อง รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไข ผลจากการศึกษาปรากฎว่ามาตรการบังคับทางปกครอง ที่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งให้ระงับการกระทำ ห้ามใช้ ห้ามเข้า อาคาร ส่วนที่ทำการก่อสร้าง ดัดแปลงโดยฝ่าฝืนกฎหมายสั่งให้แก้ไข กรณีที่สามารถแก้ไขได้ สั่งให้รื้อถอน กรณีไม่สามารถแก้ไขได้ หรือเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาให้แก้ไขแล้ว ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติ ดำเนินการหรือจัดให้มีการรื้อถอนโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่สั่งให้รื้อถอนแล้ว ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติมีความเหมาะสมแล้ว สภาพบังคับทางอาญาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีความเหมาะสมกับสภาพของการกระทำความผิดเนื่องจากผู้กระทำผิดมิใช่อาชญากร แต่ได้กระทำความผิดเล็กน้อย สำหรับโทษปรับและปรับรายวัน เท่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายยังไม่เหมาะสม เนื่องจากกฎหมายบัญญัติไว้ในอัตราที่ต่ำเกินไป ในเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นยังมีความไม่เหมาะสม เนื่องจากผู้อุทธรณ์ใช้การอุทธรณ์เป็นช่องทางในการประวิงเวลาในการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น การเปรียบเทียบคดี ยังมีความไม่เหมาะสม เนื่องจากยังจำกัดไว้ในวงแคบ มีผลทำให้การบังคับใช้มาตรการบังคับทางปกครองและสภาพบังคับทางอาญา ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ 1. การเพิ่มอัตราโทษปรับแก่ผู้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคารให้สูงขึ้น 2. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก่เจ้าของอาคารที่กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และต้องรื้อถอน หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าอาคารนั้นไม่ก่อให้เกิดภยันตรายและไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ แก่สาธารณชนประชาชนทั่วไป โดยกำหนดเงื่อนไข ให้ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย และขออนุญาตให้ถูกต้อง 3. ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และเคร่งครัด หากมีการแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะต้องมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเสมอภาคและยุติธรรม 4. การอุทธรณ์ควรมีการกำหนดขอบเขตจำกัดในเรื่องการอุทธรณ์ว่ากรณีใดสามารถอุทธรณ์ได้ กรณีใดห้ามอุทธรณ์ เพื่อป้องกันผู้อุทธรณ์มิให้ใช้การอุทธรณ์เป็นประโยชน์ในการประวิงเวลาในการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น 5. การเปรียบเทียบคดีควรให้มีการกระจายอำนาจการเปรียบเทียบให้กว้างขวางไปยังสำนักงานเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ไม่ควรจำกัดให้เฉพาะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่านั้น ที่เป็นคณะกรรมการเปรียบเทียบ เพราะอาจมีผลทำให้การพิจารณาเปรียบเทียบล่าช้า เนื่องจากมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติมากมาย |
| บรรณานุกรม | : |
จิรวรรณ สิงหกาญจน์ . (2541). ความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิรวรรณ สิงหกาญจน์ . 2541. "ความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิรวรรณ สิงหกาญจน์ . "ความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. จิรวรรณ สิงหกาญจน์ . ความเหมาะสมของโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
