ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา
นักวิจัย : นพรัตน์ พบลาภ
คำค้น : MODEL FOR INCREASING EFFICIENCY , PHYSICAL EDUCATIONCOLLEGES MANAGEMENT
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540001223
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางการดำเนินงานเพื่อนำไปกำหนดนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษาโดยนำเทคนิค DEA มาใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบและปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ในการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้(1) เพื่อพัฒนาดัชนีบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา (3) เพื่อพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา (4) เพื่อนำเสนอนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ 16 แห่ง บุคลากรของวิทยาลัยพลศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100 % ในการดำเนินภารกิจแต่ละด้าน ผลการวิจัย พบว่า มีดัชนีที่มีความเหมาะสมกับวิทยาลัยพลศึกษาด้านการผลิตบุคลากรหรือผลิตบัณฑิต7 ตัว ด้านการวิจัย 5 ตัว ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม5 ตัว ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 4 ตัว และสามารถจำแนกเป็นตัวแปรปัจจัยการผลิต 12 ตัว ตัวแปรการผลิต7 ตัว ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ พบว่า มีวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100% ในภารกิจการผลิตบุคลากร 2 แห่ง ด้วยการวิจัย 3 แห่ง ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม 3 แห่ง ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม5 แห่ง หากพิจารณารวมทั้ง 4 ภารกิจ พบว่า วิทยาลัยพลศึกษาที่มีค่าประสิทธิภาพสัมพัทธ์ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป3 ภารกิจ มีอยู่ 3 แห่ง 2 ภารกิจมีอยู่ 5 แห่ง 1 ภารกิจมีอยู่ 7 แห่ง และจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคDEA สามารถบอกได้ว่าวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ไม่ถึง 100% ควรจะปรับตัวแปรปัจจัยการผลิตและตัวแปรผลผลิตตัวใดบ้าง ในปริมาณเท่าไร ซึ่งจากผลการวิจัยนี้แสดงว่า เทคนิค DEA สามารถนำมาวิเคราะห์และปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ของสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจคล้ายคลึงกันได้ตรงตามความเป็นจริง จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพสัมพัทธ์ และการปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ โดยใช้เทคนิค DEA รวมทั้งการวิเคราะห์ผลการสัมภาษณ์ ผู้บริหารวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100% ในการดำเนินภารกิจแต่ละด้านทำให้ได้รูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา และได้แนวทางการดำเนินงานเพื่อนำไปกำหนดนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้บริหารสามารถนำไปใช้ปรับปรุงการบริหารงานและการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
นพรัตน์ พบลาภ . (2540). การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพรัตน์ พบลาภ . 2540. "การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นพรัตน์ พบลาภ . "การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
นพรัตน์ พบลาภ . การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.