| ชื่อเรื่อง | : | การให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษ |
| นักวิจัย | : | พิพัฒน์ นรัจฉริยางกูร |
| คำค้น | : | STATE ATTORNEY , CLAIM , COMPENSATION , ON BEHALF OF , INJURED , POLLUTION , CASE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082541000432 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงการให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษของประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีมลพิษโดยผู้เสียหายที่เป็นเอกชน ปัจจุบันมีปัญหาอุปสรรคอันได้แก่ ปัญหาความยากลำบากในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ในคดี ปัญหาการควบคุมความถูกต้องแท้จริงของพยานหลักฐานรวมทั้งปัญหาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ซึ่งหากพนักงานอัยการมีอำนาจในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผู้เสียหายดังกล่าวได้แล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคข้างต้นได้ หากแต่ในปัจจุบันภายใต้พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 นั้นแม้ว่ามลพิษจะได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมอย่างร้ายแรงเพียงใดก็ตามพนักงานอัยการก็จะไม่มีอำนาจในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายที่เป็นเอกชนในกรณีดังกล่าวได้เลย ทั้งนี้เพราะพนักงานอัยการจะมีอำนาจเฉพาะในกรณีที่มีความเสียหายเกิดต่อทรัพย์สินของรัฐเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การยอมรับให้พนักงานอัยการมีอำนาจในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผู้เสียหายที่เป็นเอกชนในคดีมลพิษจึงย่อมที่จะเป็นการใช้อำนาจของรัฐในการคุ้มครองประโยชน์ประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมและยังจะเป็นมาตรการทางแพ่งที่สามารถบังคับใช้ในการพิทักษ์คุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ซึ่งในต่างประเทศแม้ว่าพนักงานอัยการจะไม่มีอำนาจในการเรียกร้องค่าสินไหททดแทนแทนผู้เสียหายที่เป็นเอกชนในคดีมลพิษได้ก็ตาม แต่ก็จะมีกลไกพิเศษอื่นที่จะคุ้มครองประโยชน์ผู้เสียหายในกรณีดังกล่าวได้ ซึ่งในประเทศไทยก็มิได้มีกลไกพิเศษเช่นนั้น การวิจัยเรื่องนี้จึงได้เสนอแนะให้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ด้วยการเพิ่มเติมเป็นมาตราใหม่ขึ้นในหมวดว่าด้วยความรับผิดทางแพ่ง โดยให้มีเนื้อหาว่า "หากเป็นกรณีที่การดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายที่เป็นเอกชนในคดีมลพิษจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม และประชาชนผู้เสียหายได้มาร้องขอตามกฎหมายแล้วก็ให้พนักงานอัยการมีอำนาจเรียกร้องสินไหมทดแทนผู้เสียหายดังกล่าวได้ และให้ได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง" นอกจากนี้แล้วยังได้เสนอแนะให้มีการพิจาณาศึกษาเพื่อที่จะขยายอำนาจของพนักงานอัยการในการที่จะคุ้มครองประโยชน์ประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมในลักษณะการป้องกันความเสียหายไว้ก่อนล่วงหน้าอีกด้วยเพื่อผลของการพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ |
| บรรณานุกรม | : |
พิพัฒน์ นรัจฉริยางกูร . (2541). การให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิพัฒน์ นรัจฉริยางกูร . 2541. "การให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิพัฒน์ นรัจฉริยางกูร . "การให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. พิพัฒน์ นรัจฉริยางกูร . การให้อำนาจพนักงานอัยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เสียหายในคดีมลพิษ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
