| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทและการปรับตัวของภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ในทศวรรษ 1990 |
| นักวิจัย | : | ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ |
| คำค้น | : | AUTOMOBILE AND PARTS INDUSTRY , INDUSTRIAL POLICY , EXPORT , PUBLIC AND PRIVATES ROLE , TRANSNATIONALCOMPANIES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000083 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่มีขนาดตลาดรถยนต์สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และภาครัฐมีนโยบายเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนฯ โดยเสรี เน้นใช้กลไกราคาทำให้บรรษัทอุตสาหกรรมรถยนต์ข้ามชาติต่างมุ่งสนใจและลงทุนเพื่อตั้งฐานการผลิตอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งประเทศไทยคาดหวังว่าจะส่งผลในการพัฒนาให้เป็นฐานการส่งออกด้วย ผลการศึกษาพบว่ามีปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถและภาพอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนฯ ในลักษณะอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า คือ การส่งออกต้องอาศัยและขึ้นต่อนโยบายแผนการส่งออกของบริษัทอุตสาหกรรมรถยนต์ข้ามชาติ ซึ่งบริษัทฯ คาดหวังตลาดภายในประเทศก่อนที่จะขยายสู่ตลาดส่งออก เนื่องจากได้ผลตอบแทนต่อหน่วยดีกว่าและเป็นไปตามนโยบาย "การผลิตในที่มียอดขาย" ขณะเดียวกันประเทศกำลังพัฒนาต่างเปิดรับการลงทุนในอุตสาหกรรมและมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ทั้งสิน ประสานกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้กำลังการผลิตรถยนต์โดยรวมของโลกมีมากเกินความต้องการบริโภคและการส่งออกของประเทศในภูมิภาคหนึ่งๆ โอกาสการส่งออกจึงขึ้นกับชิ้นส่วนฯ มากกว่ารถยนต์สำเร็จรูป โดยที่ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ความสามารถในการแข่งขันเป็นตัวกำหนดความสามารถในการส่งออกซึ่งฐานเทคโนโลยี คุณภาพการผลิตของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนฯโดยกิจการร่วมทุนหรือทุนต่างชาติจะสูงกว่ากิจกรรมทุนในประเทศภาพอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนฯ ของประเทศไทยจึงมีแนวโน้มของลักษณะอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าซึ่งหมายถึงผลกระทบการขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ต้องพึ่งพิงการนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญ มูลค่าเพิ่มสูงจากบริษัทฯ ผลการศึกษาที่พบต่อมา คือ ภาครัฐมีแนวนโยบายที่มุ่งเน้นครอบคลุมอุตสาหกรรมโดยรวม มุ่งใช้กลไกราคาสนับสนุนการค้าการแข่งขันเสรี ขณะที่นโยบายเฉพาะเพื่อพัฒนาภาคธุรกิจเอกชนขาดประสิทธิภาพในการพัฒนาด้านเทคโนโลยี และประสิทธิภาพแรงงาน มีแนวนโยบายคุ้มครองอุตสาหกรรมผ่านมาตรการบังคับใช้ชิ้นส่วนฯ ในประเทศ ซึ่งจะมีผลยกเลิกในที่สุดนับแต่ปี 2541ดังนั้นภาคธุรกิจเอกชนไทยจึงจำเป็นต้องรีบเร่งเพื่อปรับตัวยกระดับความสามารถการแข่งขันเพื่อรับกับชิ้นส่วนฯ ที่นำเข้าจากสภาพการแข่งขันเสรี และขนาดตลาดที่เติบโตขึ้น ในลักษณะการลงทุน ขยายกำลังการผลิต การพัฒนาเพื่อการรับรองมาตรฐานระบบคุณภาพ การพัฒนาช่องทางการร่วมทุนเพื่อโอกาสด้านตลาดและเทคโนโลยี รวมถึงการปรับตัวในเชิงโครงสร้างผ่านความร่วมมือกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนฯ ระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกในอาเซียนเพื่อวางข้อตกลงและมาตรการร่วมเพื่อสร้างความเป็นมาตรฐานเดียวกันของอาเซียน สำหรับการพัฒนาภาคธุรกิจเอกชนโดยเฉพาะกิจการทุนภายในประเทศ และการพัฒนาด้านการส่งออก การเน้นบทบาทรัฐผ่านกลไกราคา ผลการเปลี่ยนแปลงด้านการยกระดับความสามารถการผลิต เทคโนโลยี และมีความสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกอาจเกิดขึ้นได้ล่าช้าหรือโดยยาก การปรับบทบาทเชิงรุกของภาครัฐทั้งจากการลดข้อบกพร่อง ข้อจำกัดในนโยบายอุตสาหกรรมการเพิ่มกลไกเพื่อเสริมความสามารถการแข่งขัน การพัฒนาภาคธุรกิจเอกชนแล้ว ยังรวมถึงความจำเป็นในการปฏิรูปหน่วยราชการให้มีเอกภาพในการทำงาน มีกลไกตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานเพื่อลดทอนปัญหาการขาดดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย |
| บรรณานุกรม | : |
ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ . (2540). บทบาทและการปรับตัวของภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ในทศวรรษ 1990.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ . 2540. "บทบาทและการปรับตัวของภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ในทศวรรษ 1990".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ . "บทบาทและการปรับตัวของภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ในทศวรรษ 1990."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญ . บทบาทและการปรับตัวของภาครัฐ และภาคธุรกิจเอกชนไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ในทศวรรษ 1990. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
