ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : แววดาว ทองเจิม
คำค้น : SELF-CONCEPTUALIZATION , WORLDVIEW
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082540000056
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงการมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กนักเรียน ในโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพมหานคร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 56 คน วิธีวิจัยใช้วิธีการศึกษาจากเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการวิจัยภาคสนาม วิธีการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลด้วยตนเองในโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพมหานคร ประชากรที่ใช้ศึกษา ได้แก่ นักเรียนตาบอด ซึ่งกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 56 คนตลอดจนครู พี่เลี้ยงหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลต่างๆ ชัดเจนขึ้น ในการวิจัยนี้ยังได้ทำการศึกษาเจาะลึกเฉพาะกรณีอีกจำนวน 5 คน ผลการวิจัยการมองตนเอง เด็กที่อยู่กับพ่อแม่จะมองภาพรวมในครอบครัวว่าทุกคนในครอบครัวรัก และเอาใจใส่ดูแลตนเองเป็นอย่างดี ส่วนเด็กที่อยู่กับญาติจะมองว่าความสุขในครอบครัวของตนเองลดน้อยลงกว่าเด็กที่อยู่กับพ่อแม่ แต่ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับบุคคลในครอบครัวได้ การมองตนเองเกี่ยวกับเพื่อน เด็กทุกคนต้องการที่จะมีเพื่อนทั้งที่มีร่างกายปกติและพิการทางสายตา ซึ่งเด็กจะมีทั้งเพื่อนที่บ้านและโรงเรียน และคิดว่าเพื่อนๆ ที่ตนเองคบอยู่นั้นเป็นคนดีและจะคบกันตลอดไป การมองตนเองเกี่ยวกับตนเองเด็กจะมองว่าตนเองพิการและยอมรับในความพิการของตนเองได้ลักษณะนิสัยของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป ที่เกิดมาร่างกายพิการคิดว่าเป็นเพราะโชคชะตา การมองตนเองในด้านสังคม เด็กจะให้ความสำคัญในสังคมมาก เพราะตนเองจะต้องเผชิญอยู่ในสังคมตลอดไป และต้องปรับตัวเองเพื่อให้เข้าอยู่ในสังคมได้สิ่งที่เด็กต้องการจากสังคม คือ เรื่องการศึกษา และการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับคนพิการ เพราะคิดว่าเป็นความสำคัญกับคนพิการทางสายตามาก โลกทัศน์ในการเข้าใจในฐานะที่ตนเองเป็นสมาชิกของสังคม เด็กมีความเห็นว่า คนในสังคมยอมรับคนพิการมากขึ้นและให้การช่วยเหลือเด็กพิการ และคิดว่าในอนาคตการช่วยเหลืออาจจะดีขึ้นไปอีก โลกทัศน์การเข้าใจในสภาพแวดล้อม เด็กจะมอบสภาพแวดล้อมในโรงเรียนเหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมที่บ้านจะมีความแตกต่างกันไป และสังคมโลกโดยทั่วไปมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี โลกทัศน์การเข้าใจในธรรมชาติ ความคิดด้านธรรมชาติของเด็กจะเป็นความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการที่เด็กได้เรียนรู้มาถึงแม้ว่าจะได้ไปสัมผัสจากสถานที่จริงโลกทัศน์ในสิ่งเหนือธรรมชาติ เด็กจะเชื่อเรื่องของการทำความดีและความชั่ว เชื่อในเรื่องพุทธศาสนา มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องบาปกรรม เพราะคิดว่าตนเองเคยทำกรรมในสิ่งที่ไม่ดีไว้ เมื่อเกิดมาจึงต้องมีสภาพร่างกายเช่นปัจจุบันและมีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติอยู่มาก

บรรณานุกรม :
แววดาว ทองเจิม . (2540). การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แววดาว ทองเจิม . 2540. "การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แววดาว ทองเจิม . "การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
แววดาว ทองเจิม . การมองตนเองและโลกทัศน์ของเด็กพิการตาบอด : ศึกษากรณีเด็กในโรงเรียนสอนคนตาบอด กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.