| ชื่อเรื่อง | : | การทำตะกอนโลหะหนักซัลไฟด์ให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์เป็นตัวประสาน |
| นักวิจัย | : | อนุวัฒน์ ปูนพันธ์ฉาย |
| คำค้น | : | STABILIZATION , SOLIDIFICATION , HEAVY METAL SLUDGE , LIGH=NITE FLY ASH , SODIUM SULFIDE , COD WASTEWATER |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000631 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้เป็นการศึกษาการทำเสถียรตะกอนโลหะหนักที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียซีโอดีโดยการเติมโซเดียมซัลไฟด์ลงไปในตะกอนก่อนนำไปทำให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์ ในการทดลองนี้แสดงถึงผลกระทบต่างๆที่มีผลต่อการทำให้เป็นก้อนและแสดงสมบัติทางกายภาพของตะกอนที่ผ่านการทำให้เป็นก้อนเช่น กำลังรับแรงอัด, ความหนาแน่น,และความซึมได้ของน้ำ นอกจากนี้มีการทดสอบการชะละลายเพื่อหาความเข้มข้นของโครเมียม, ปรอท, และเหล็กด้วย รวมทั้งหาประสิทธิภาพในการทำลายฤทธิ์และประมาณค่าใช้จ่ายของตัวประสานที่ใช้ในการทำให้เป็นก้อน ในงานวิจัยนี้มีการทดลองสี่ชุด คือ ในการทดลองที่หนึ่งเป็นการหาปริมาณการเติมสารโซเดียมซัลไฟด์ซึ่งมีการแปรค่าปริมาณการเติมโซเดียมซัลไฟด์ตั้งแต่ 0 ถึง 4.50 เท่าของปริมาณทางทฤษฎีของความเข้มข้นของโครเมียม, ปรอท, และเหล็กที่มีอยู่ในตะกอน การทดลองที่สองเป็นการหาอัตราส่วนผสมของตะกอนโลหะหนักต่อตัวประสานซึ่งมีการแปรค่าตั้งแต่ 0.25, 0.35, 0.50, 0.60, และ 0.70ในการทดลองที่สามเป็นการแสดงผลของการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการบ่มตัวอย่างที่ 3, 7, 14 และ 28 วัน การทดลองที่สี่เป็นการนำสัดส่วนที่เหมาะสมในการทดลองที่หนึ่งและสองมาใช้กับตะกอนโลหะหนักที่ได้จากศูนย์กำจัดกากอุตสาหกรรมแสมดำ จากการทดลองพบว่าความเข้มข้นของโครเมียมและเหล็กในน้ำสกัดมีค่าต่ำมากถึงแม้ว่าไม่มีการเติมโซเดียมซัลไฟด์ประสิทธิภาพในการทำเสถียรของโครเมียมและปรอทมีค่าเท่ากับ60.01 และ 91.40% ที่สัดส่วนการเติมโซเดียมซัลไฟด์ 1.75เท่าตามลำดับและเท่ากับ 94.00 และ 99.49% ที่สัดส่วนการเติมโซเดียมซัลไฟด์ 3.00 เท่าตามลำดับที่อัตราส่วนผสมของตะกอนต่อตัวประสานเท่ากับ 0.25 ซึ่งในทั้งสองสัดส่วนการเติมนี้ทำให้ความเข้มข้นของโครเมียมและปรอทต่ำกว่ามาตรฐานสารมีพิษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับการประมาณค่าใช้จ่ายในการบำบัดนี้ประมาณ 5,000 บาทต่อตันของตะกอนสำหรับสัดส่วนการเติมโซเดียมซัลไฟด์ 1.75 เท่าและ 5,790บาทต่อตันของตะกอนสำหรับสัดส่วนการเติมโซเดียมซัลไฟด์ 3.00เท่า ในขณะที่ไม่มีการเติมโซเดียมซัลไฟด์จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,900 บาทต่อตันของตะกอนแต่ทำให้ความเข้มข้นของปรอทในน้ำสกัดสูงกว่ามาตรฐานสารมีพิษของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (>0.2 มก./ล.) |
| บรรณานุกรม | : |
อนุวัฒน์ ปูนพันธ์ฉาย . (2539). การทำตะกอนโลหะหนักซัลไฟด์ให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์เป็นตัวประสาน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุวัฒน์ ปูนพันธ์ฉาย . 2539. "การทำตะกอนโลหะหนักซัลไฟด์ให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์เป็นตัวประสาน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อนุวัฒน์ ปูนพันธ์ฉาย . "การทำตะกอนโลหะหนักซัลไฟด์ให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์เป็นตัวประสาน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. อนุวัฒน์ ปูนพันธ์ฉาย . การทำตะกอนโลหะหนักซัลไฟด์ให้เป็นก้อนโดยใช้ปูนซีเมนต์และเถ้าลอยลิกไนต์เป็นตัวประสาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
