| ชื่อเรื่อง | : | ความแตกต่างของค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่าแอนตี้แฟคเตอร์สิบแอคทีฟหลังฉีดแฟรกซิพารินเข้าหลอดเลือดดำระหว่างคนปกติอาสาสมัคร กับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยเหล่านี้ |
| นักวิจัย | : | พงศ์ศักดิ์ ด่านเดชา |
| คำค้น | : | FRAXIPARINE , ANTI-XA ACTIVITY , HALF-LEFE , ANTITHROMBIN III |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000367 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | Fraxiparine เป็นยาในกลุ่ม low-molecular weightheparin ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยยาออกฤทธิ์โดยการจับกับantithrobin III และจะเพิ่มฤทธิ์ของสารดังกล่าว เนื่องจากมีข้อดีที่บริหารยาง่ายและไม่ต้องการการตรวจทางห้องปฏิบัติการในการวัดดัชนีผลของยา จึงเป็นที่ใช้กันมากขึ้นในหลายโรคการศึกษาเกี่ยวกับโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในคนไทยพบว่า คนไทยมีโอกาสเสี่ยงต่ำกว่าชาวตะวันตก เพราะว่ามีระบบการสลายลิ่มเลือด (fibrinolysis) และ anti-thrombinIII สูงกว่า นอกจากนี้พบว่าผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายมีปริมาณ anti-thrombin III ต่ำกว่าคนปกติด้วยดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าการใช้ยาดังกล่าวในคนไทยอาจใช้ขนาดยาน้อยกว่าที่มีการกำหนดไว้และขนาดยาอาจแตกต่างกันระหว่างผู้ป่วยที่มีและไม่มีภาวะไตวายเรื้อรัง การศึกษา เป็นการศึกษาเชิงทดลองเปรียบเทียบค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของ anto-Xa activity ระหว่างอาสาสมัครซึ่งไม่มีโรคไตวายกับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียมในวันเว้นและทำฟอกเลือด วิธีการศึกษาคือการเก็บตัวอย่างเลือดหลังจากฉีด fraxiparine40 U/kg หรือ 100 ICU/kg เข้าทางหลอดเลือดดำของกลุ่มศึกษาทั้งสองกลุ่มตามเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นจึงตรวจหาค่า anti-Xa activity ของตัวอย่างเลือดแต่ละจุดแล้วจึงคำนวณหาค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่า anti-Xa activityในช่วงการหาขนาดยาในการทำฟอกเลือดจะใช้วิธีปรับขนาดยาร่วมกับการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อหาค่า anti-Xa activityและตรวจระบบฟอกเลือดว่ามีลิ่มเลือดเกิดขึ้นหรือไม่และการวัดการลดลงของปริมาณไตเทียม การคำนวณทางสถิติจะถือว่ามีความสำคัญทางสถิติเมื่อค่า p<0.05 ผลการศึกษา ตัวอย่างของแต่ละกลุ่มมีจำนวน 6 คนกลุ่มอาสาสมัครและผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่ฟอกเลือดผ่านไตเทียมเป็นหญิงต่อชายเท่ากับ 4:2 และ 3:3 ตามลำดับกลุ่มอาสาสมัครมีอายุเฉลี่ย 29.5 ปีส่วนผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่ฟอกเลือดผ่านไตเทียมมีอายุเฉลี่ย 45 ปี ระดับพลาสมาครีเอทินีนในกลุ่มอาสาสมัครและกลุ่มผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่ฟอกเลือดผ่านไตเทียมมีค่า 0.9 และ 11.6มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรตามลำดับ หลังการฉีด Fraxiparine40 U/kg.เข้าทางหลอดเลือดดำพบว่ากลุ่มอาสาสมัครมีระดับสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตค่า anti-Xa acitivity เท่ากับ1.07+(,-)0.04 (IU/ml)และ 2.8+(,-)0.38 (ชั่วโมง)ตามลำดับส่วนในกลุ่มผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่ฟอกเลือดในวันทำฟอกเลือดมีค่าสูงสุด anti-Xa activity เท่ากับ0.86+(,-)0.01 (IU/ml) ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มคนปกติอาสาสมัครอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.05 และค่าครึ่งชีวิตของanti-Xa activity มีค่า 3.2+(,-)0.8 (ชั่วโมง) ซึ่งไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p>0.05 การทำฟอกเลือดไม่มีผลต่อค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของ anti-Xa activity ในการทำฟอกเลือดพบว่าการใช้ยา Fraxiparine 80 U/kgหรือ 200 ICU/kg ทำให้ไม่เกิดลิ่มเลือดในระบบฟอกเลือดและไม่ทำให้ปริมาตรไตเทียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยบริหารยาทางสายแดงของระบบฟอกเลือดเพียง 1 ครั้งเมื่อเริ่มทำ การใช้ยาขนาด 60 U/kg หรือ 150 ICU/kg ทำให้เกิดลิ่มเลือดได้น้อยมาก แต่มีการลดลงของปริมาตรไตเทียมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.05 การใช้ยาขนาด 40 และ 50 IU/kg จะทำให้มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นมากและปริมาตรไตเทียมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.05 สรุป การบริหารยาในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายจะให้ค่าสูงสุด anti-Xa activity น้อยกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีไตวาย แต่ค่าครึ่งชีวิตของค่า anti-Xa activity ไม่แตกต่างกันในสองกลุ่ม สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้ายที่ฟอกเลือดผ่านไตเทียมการบริหารยา Fraxiparine ขนาด 80 U/kgหรือ 200 ICU/kg โดยฉีดเข้าทางสายแดงของระบบฟอกเลือดเมื่อเริ่มการทำจะให้ผลดีที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
พงศ์ศักดิ์ ด่านเดชา . (2539). ความแตกต่างของค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่าแอนตี้แฟคเตอร์สิบแอคทีฟหลังฉีดแฟรกซิพารินเข้าหลอดเลือดดำระหว่างคนปกติอาสาสมัคร กับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยเหล่านี้.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พงศ์ศักดิ์ ด่านเดชา . 2539. "ความแตกต่างของค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่าแอนตี้แฟคเตอร์สิบแอคทีฟหลังฉีดแฟรกซิพารินเข้าหลอดเลือดดำระหว่างคนปกติอาสาสมัคร กับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยเหล่านี้".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พงศ์ศักดิ์ ด่านเดชา . "ความแตกต่างของค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่าแอนตี้แฟคเตอร์สิบแอคทีฟหลังฉีดแฟรกซิพารินเข้าหลอดเลือดดำระหว่างคนปกติอาสาสมัคร กับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยเหล่านี้."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. พงศ์ศักดิ์ ด่านเดชา . ความแตกต่างของค่าสูงสุดและค่าครึ่งชีวิตของค่าแอนตี้แฟคเตอร์สิบแอคทีฟหลังฉีดแฟรกซิพารินเข้าหลอดเลือดดำระหว่างคนปกติอาสาสมัคร กับ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่รักษาด้วยการฟอกเลือดผ่านไตเทียม ในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยเหล่านี้. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
