| ชื่อเรื่อง | : | การเสนอรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทย การวิจัยเชิงประจักษ์ |
| นักวิจัย | : | มนตรี ช่วยชู |
| คำค้น | : | SOCIAL RESPONSIBILITY ACCOUNTING , VALUE ADDED STATEMENT , REPORT |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000059 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาเสนอรูปแบบรายงาน เนื้อหา วิธีการวัดค่า และวิธีการเปิดเผยข้อมูลการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับบริษัทในประเทศไทยที่ต้องการจัดทำรายงานและเปิดเผยข้อมูลการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยความสมัครใจ วิธีการศกึษา ดำเนินการวิจัยโดยใช้วิธีการวิจัยสองวิธี คือ การวิจัยเชิงสำรวจและการวิจัยเชิงประจักษ์โดยมีขั้นตอนการวิจัยสามขั้นตอน ได้แก่ ขั้นแรก การวิจัยเชิงสำรวจ โดยการสำรวจข้อมูลการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมจากรายงานประจำปี 2538 ของบริษัทมหาชนทุกบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวม 402 บริษัทขั้นที่สอง การศึกษาวิเคราะห์และออกแบบรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคม และขั้นที่สาม การวิจัยเชิงประจักษ์ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและทดสอบการตอบสนองของนักบัญชี ผู้จัดทำและผู้ใช้ประโยชน์จากรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมตามรูปแบบรายงานที่เสนอ พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมตามหลักการบัญชี สอดคล้องกับต่างประเทศ และตรงกับความต้องการของผู้ทีเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมากที่สุด และเพื่อทดสอบสมมุติฐานที่ผู้วิจัยตั้งไว้รวมเจ็ดข้อการวิเคราะห์และทดสอบสมมุติฐาน ใช้วิธีการทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS PC('+) เช่น หาค่า Mcan, Z-testวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และ Chi-square test(X('2)) เป็นต้น ผลการวิจัย การวิจัยขั้นแรก พบว่าในจำนวน 402 บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคม รวม 339บริษัท หรือร้อยละ 84.3 มีจำนวนรายงานที่เปิดเผยรวม 753รายงาน เฉลี่ยบริษัทละ 2.2 รายงาน มีจำนวนบรรทัดที่เปิดเผยรวม 5,853 บรรทัด เฉลี่ยบริษัทละ 17.3 บรรทัดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ 433 รายงาน หรือร้อยละ 57.5เป็นข้อมูลเชิงปริมาณที่ไม่มีหน่วยวัดเป็นเงินตรา 225รายงาน หรือร้อยละ 29.9 และเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ที่มีหน่วยวัดเป็นเงินตรา 95 รายงาน หรือร้อยละ 12.6 การวิจัยขั้นที่สอง ได้ออกแบบรูปแบบรายงานรวม 5 รายงาน ประกอบด้วยงบแสดงมูลค่าเพิ่ม รายงานเกี่ยวกับส่วนของชุมชนรายงานเกี่ยวกับรัฐบาล รายงานเกี่ยวกับพนักงาน และรายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ การวิจัยขั้นที่สาม พบว่า1)ในประเทศไทย ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายโดยเฉลี่ยน้อยกว่า 5 2)ขนาดของบริษัทไม่มีความสัมพันธ์กับปริมาณการเปิดเผยข้อมูล 3)บริษัทไม่ได้ใช้ปริมาณการเปิดเผยข้อมูลเพื่อสร้างภาพลักษณ์ 4)สาเหตุของการเปิดเผยข้อมูลน้อย เกิดจากการไม่มีรูปแบบรายงานที่เป็นมาตรฐานเพื่อใช้เป็นแนวทาง 5)ความคิดเห็นโดยเฉลี่ยของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องการให้มีการพัฒนาระบบการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นมาตรฐานมากกว่า 5 6)ปริมาณการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในแต่ละอุตสาหกรรมเท่ากันและแตกต่างกันในบางเรื่อง และ 7)อัตราส่วนการเปิดเผยข้อมูลแต่ละขนาดบริษัทเท่ากันและแตกต่างกันในบางเรื่อง และบริษัทขนาดใหญ่กว่าเปิดเผยข้อมูลในระดับที่นำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าบริษัทขนาดเล็กกว่า |
| บรรณานุกรม | : |
มนตรี ช่วยชู . (2539). การเสนอรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทย การวิจัยเชิงประจักษ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มนตรี ช่วยชู . 2539. "การเสนอรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทย การวิจัยเชิงประจักษ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มนตรี ช่วยชู . "การเสนอรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทย การวิจัยเชิงประจักษ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. มนตรี ช่วยชู . การเสนอรูปแบบรายงานการบัญชีความรับผิดชอบต่อสังคมในประเทศไทย การวิจัยเชิงประจักษ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
