| ชื่อเรื่อง | : | สภาพการเกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง |
| นักวิจัย | : | อินทิรา เศวตประวิชกุล |
| คำค้น | : | FLOOD ROUTING , FLOOD , PHETCHABURI BASIN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538001042 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มุ่งหาสาเหตุของการเกิดน้ำท่วม/อุทกภัย และวิเคราะห์สภาพน้ำหลากในเชิงอุทกวิทยาของลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีตอนล่าง โยการจำลองสภาพและ วิเคราะห์สภาพน้ำหลากตามสภาวะต่าง ๆ ที่กำหนด การจำลองสภาพน้ำหลากใช้แบบจำลอง Flood Hydrograph Package HEC-1 รุ่น 4.0 ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ โดยทำการดัดแปลงแก้ไขบางส่วนเพื่อให้ค่าสัมประสิทธ์ Mannin 'n' แปรผันตามอัตราการไหล ข้อมูลน้ำหลากที่ใช้ข้อมูลน้ำท่าหลายชั่วโมงที่ตรวจวัดที่สถานีวัดน้ำท่าต่าง ๆ ในลุ่มน้ำเพชรบุรีโดยกรมชลประทาน ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในแบบจำลองได้ตรวจสอบและปรับแก้ข้อมูล การศึกษาการเคลื่อนตัวของน้ำหลากบนลำน้ำเลือก วิธีการของ Muskingum-Cunge ในการจำลองสภาพ การศึกษาได้พิจารณาเป็น 2กรณี คือ สภาพปัจจุบัน มีอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน และสภาพในอนาคต มีอ่างเก็บน้ำ แก่งกรระจาน ห้วยผากและห้วยแม่ประจันต์ สาเหตุหลักของการเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำพบว่าเกิดจากฝนตกหนัก อันเป็นอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก และมีพายุหรือร่องมรสุมพาดผ่านเป็นครั้งคราว จากการวิเคราะห์ความถี่ของข้อมูลปริมาณน้ำหลากของแม่น้ำเพชรบุรี ที่สถานี B.3 ซึ่งอยู่ท้ายแก่งกระจานประมาณ 10 กิโลเมตรพบว่าปริมาณน้ำหลากลดลงประมาณ 80 ร้อยละอันเป็นผลมาจากการมีเขื่อนแก่งกระจาน ที่สถานี B.2A อยู่ท้ายเขื่อนเพชร(เขื่อนทดน้ำ)ประมาณ 200 เมตร ซึ่งปริมาณน้ำท่าที่สถานี B.2Aเกิดจากการรวมตัวของปริมาณน้ำท่าจากแม่น้ำเพชรบุรี ห้วยผากและห้วยประจันต์ จากการวิเคราะห์ความถี่พบว่าที่รอบปีการเกิดต่ำ ๆ ปริมาณน้ำหลากจะลดลงมาก แต่ที่รอบปีการเกิดสูง ๆ ลดลงน้อยมาก ที่สถานี B.1A อยู่บริเวณตัวเมืองเพชรบุรีพบว่ามีการ ผันน้ำออกสู่ทุ่งราบทางทิศตะวันออกของลุ่มน้ำก่อนถึงสถานี B.1A ทำให้ปริมาณน้ำ หลากที่รอบปีการเกิดสูง ๆ ทั้งก่อนและหลังมีเขื่อนแก่งกระจานมีค่าไม่ต่างกัน การจำลองสภาพน้ำหลากในสภาพปัจจุบันพบว่าปริมาณน้ำหลากที่เกิดในลุ่มน้ำ ตอนล่าง ส่วนมากเป็นผลจากปริมาณน้ำจากห้วยแม่ประจันต์ โดยเวลาการเคลื่อนตัวของน้ำหลากจากห้วยแม่ประจันต์ถึงลุ่มน้ำตอนล่าง(ที่สถานี B.1A) ประมาณ 43 ชั่ว โมง ก่อนที่ปริมาณน้ำจะเคลื่อนตัวมาที่สถานี B.1A มีปริมาตรน้ำที่ถูกผันออกสู่ที่ราบใน ช่วงน้ำหลากเฉลี่ยประมาณ 55 ล้าน ลบ.ม. การจำลองสภาพในอนาคตมีการเปลี่ยน แปลงความจุเก็บกักของอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์เป็น 3 กรณี และกำหนดให้มีน้ำเต็มอ่างเป็นเงื่อนไขเริ่มต้น พบว่าการเปลี่ยนความจุอ่างทำให้สภาพน้ำหลากที่ด้านท้ายน้ำมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แต่ในกรณีที่เงื่อนไขเริ่มต้นมีระดับเก็บกักต่ำสุด พบว่าเวลาการเคลื่อนตัวของน้ำหลากมาถึงตัวเมืองช้าลง 24 ชั่วโมงและอัตราการไหลสูงสุดลดลง 40 % เมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบัน |
| บรรณานุกรม | : |
อินทิรา เศวตประวิชกุล . (2538). สภาพการเกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อินทิรา เศวตประวิชกุล . 2538. "สภาพการเกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อินทิรา เศวตประวิชกุล . "สภาพการเกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. อินทิรา เศวตประวิชกุล . สภาพการเกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
