| ชื่อเรื่อง | : | พฤติกรรมการออมของครัวเรือน : วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี2535/2536 |
| นักวิจัย | : | อรวรรณ ยี่สาร |
| คำค้น | : | HOUSEHOLD , SAVING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000808 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาถึงปัจจัยที่มากำหนดพฤติกรรมการออมของครัวเรือนใน กทม. และ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด โดยแยกประชากรออกเป็นครัวเรือนกลุ่ม ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนและครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และคาดการณ์ถึงสัดส่วนการออมต่อรายได้ของครัวเรือนเมื่อรายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งพยากรณ์แนวโน้มของสัดส่วนการออมต่อรายได้ ของครัวเรือนในอนาคตทั้งในกทม.และปริมณฑล และในต่างจังหวัด โดยใช้ข้อมูลตามโครงการสำรวจเงินออมของฝ่ายวิชาการ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2535/2536 วิเคราะห์โดยใช้การถดถอยแบบพหุ และประมาณการด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุดแบบถ่วงน้ำหนัก (WeightedLeast Square : WLS) ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมการออมของครัวเรือนที่อยู่ใน กทม. และปริมณฑลที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ได้แก่ รายได้ประจำและรายได้ชั่วคราวของครัวเรือน โดยมีค่าความยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้เท่ากับ 0.96, MPS = 0.16 และ APS = 0.1678 อายุของหัวหน้าครัวเรือน ระดับการศึกษาและอาชีพ ส่วนครัวเรือนที่มีรายได้ตั้งแต่ 15,000บาทต่อเดือนขึ้นไปนั้น ปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมการออม ได้แก่ รายได้ประจำและรายได้ชั่วคราวของครัวเรือน โดยมีค่าความยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้เทากับ 0.51, MPS = 0.25 และ APS = 0.4979 อสังหาริมทรัพย์ เพศชายที่เป็นหัวหน้าครัวเรือน และระดับการศึกษาและปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรม การออมของครัวเรือนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนได้แก่ รายได้ประจำและรายได้ชั่วคราวของครัวเรือน โดยมีค่าความยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้เท่ากับ 1.11, MPS = 0.27 และ APS = 0.2429ทรัพย์ สินทางการเงินสุทธิ ระดับการศึกษา อาชีพ และครัวเรือนในภาคใต้ส่วนครัวเรือนที่มีรายไดตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปนั้น ปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมการออม ได้แก่ รายได้ชั่วคราวของครัวเรือน โดยมีค่าความ-ยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้ เท่ากับ 0.38, MSP = 0.21 และ APS = 0.5626หัวหน้าครัวเรือนที่มีการศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยครัวเรือนในกทม. และปริมณฑล มีค่าความยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้ เท่ากับ 1.06, MPS = 0.42และ APS = 0.3978 ส่วนครัวเรือนในต่างจังหวัดมีค่าความยืดหยุ่นของการออมต่อรายได้เท่ากับ 1.11, MPS = 0.41 และ APS = 0.3728 และคาดการณ์ว่าเมื่อระดับรายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้น สัดส่วนการออมต่อรายได้ (APS) ของครัวเรือนในกทม. และปริมณฑลจะสูงกว่าในต่างจังหวัด โดยในปี พ.ศ. 2541สัดส่วนการออมต่อรายได้ (APS) ของครัวเรือนในกทม. และปริมณฑลเท่ากับ0.4102 และเท่ากับ 0.3815 ในต่างจังหวัด |
| บรรณานุกรม | : |
อรวรรณ ยี่สาร . (2538). พฤติกรรมการออมของครัวเรือน : วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี2535/2536.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรวรรณ ยี่สาร . 2538. "พฤติกรรมการออมของครัวเรือน : วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี2535/2536".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรวรรณ ยี่สาร . "พฤติกรรมการออมของครัวเรือน : วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี2535/2536."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. อรวรรณ ยี่สาร . พฤติกรรมการออมของครัวเรือน : วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวางในปี2535/2536. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
