| ชื่อเรื่อง | : | การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทย |
| นักวิจัย | : | คีโยโกะ ทาคาฮาชิ |
| คำค้น | : | SERIAL VERB CONSTRUCTION , NEGATION , THAI |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000766 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยขึ้นนึ้มีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทยกระสวนที่ ๑ ถึง ๑๒ ที่ ยาใจ ชูวิชา(2536) ได้จำแนกไว้ โดยวิเคราะห์ว่าขอบเขตการปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงแต่ละกระสวนมีรูปแบบใดบ้าง มีการตีความอย่างไร และวิเคราะห์หาข้อจำ กัดทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ของพฤติกรรมในการปฏิเสธนั้นๆ ผู้วิจัยพบว่าขอบเขตการปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานขึ้นอยู่กับตำแหน่งของคำปฏิเสธและชนิดของกระสวน ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ ๔ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑ ประกอบด้วยกระสวนที่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๗ข ๘ ๙ และ ๑๒ ซึ่งมีลักษณะร่วมกัน คือ แสดงเหตุการณ์ซับซ้อนซึ่งมีประเภทย่อยสองประเภทคือ ๑. เหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกันหรือเหตุการณ์ที่มองได้จากสองมิติ(กระสวนที่ ๑ ๒ ๓ และ ๖) และ ๒. เหตุการณ์สองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างใกล้ชิด (กระสวนที่ ๗ข ๘ ๙ และ ๑๒) การปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งกริยาวลีตัวแรกและตัวที่สองในหน่วยสร้าง(ไม่ +VP1 +VP2) ในกรณีปกติเราจะไม่ปฏิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวใดตัวหนึ่งในหน่วยสร้างกริยาเรียงในกระสวนเหล่านี้ เนื่องจากปฏิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวใดตัวหนึ่งในหน่วยสร้างแล้วมักทำให้เกิดข้อมูลที่เกินความจำเป็นหรือข้อมูลที่ไม่มีค่าควรแก่การสื่อสาร กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยกระสวนที่ ๔ และ ๑๐ ซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือ แสดงการกระทำและผลจากการทำการปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมกริยาวลีตัวที่สองในหน่วยสร้างเพียงตัวเดียว (VP1 + ไม่ + VP2)ในกรณีปกติเราจะปฎิเสธเฉพาะกริยาวลีตัวที่สองซึ่งแสดงผลจากการกระทำเท่านั้น เนื่องจากหน่วยสร้างกริยาเรียงกระสวนเหล่านี้มีหน้าที่หลักในการสื่อสาร คือ ให้ข้อมูลว่าด้วยผลจากการกระทำว่าได้ประสบผลหรือไม่ กลุ่มที่ ๓ ประกอบด้วยกระสวนที่ ๕ก ๕ข และ ๗ก ซึ่งมีลักษณะร่วมกัน คือ แสดงความหมายที่มีความหลากหลายในแง่ความรู้สึกหรือการรับรู้ของมนุษย์ ซึ่งมีประเภทย่อยสองประเภท คือ ๑. กริยาตัวที่หนึ่งแสดงความรู้สึกหรือการรับรู้ของมนุษย์ต่อการกระอย่างใดอย่งหนึ่ง(กระสวนที่ ๕ก และ ๕ข) และ ๒. กริยาวลีตัวที่สองแสดงลักษณะของการกระทำอย่างอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการตีความหรือการพรรณนาว่า ด้วยลักษณะของการกระทำโดยผู้พูด(กระสวนที่ ๗ก) การปฏิเสธกระสวนเหล่านี้จะครอบคลุมทั้งกริยาวลีตัวแรกและตัวที่สองในหน่วยสร้าง แต่ในกรณีพิเศษที่มีการคาดหมายดั้งเดิมว่าสภาพหรือเหตุการณ์ที่แสดงด้วยกริยาวลีตัวที่สองนั้นจะต้องมีหรือต้องเกิดขึ้นการปฏิเสธอาจครอบคลุมกริยาวลีตัวที่สองเพียงตัวเดียวก็ได้ กลุ่มที่ ๔ ประกอบด้วยกระสวนที่ ๑๑ ซึ่งแสดงสภาพที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งเพียงกระสวนเดียวเราไม่สามารถนำคำปฏิเสธมาวางหรือแทรกเข้าไปในตำแหน่งใดในหน่วยสร้างกริยาเรียงกระสวนที่ ๑๑ ได้เนื่องจากประโยคปฏิเสธในกระสวนนี้ไม่สามารถสื่อความหมายที่มองเห็นภาพอย่างชัดเจนได้ จึงไม่มีเหตุผลที่จะใช้ในการสื่อสาร กล่าวโดยสรุป ข้อจำกัดในการปฏิเสธหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในกระสวนต่างๆ ล้วนเนื่องมาจากความพยายามของเราที่จะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คือ พยายามหลีกเลี่ยงข้อมูลที่กำกวมหรือข้อมูลที่เกินความจำเป็นในการสื่อสาร และข้อจำกัดทางด้านวัจนปฏิบัติศาตร์ในการปฏิเสธหน่วยสร้างกริยาเรียงดังกล่าวมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับข้อจำกัดทางด้านการรับรู้ปรากฎการณ์ของมนุษย์เรา |
| บรรณานุกรม | : |
คีโยโกะ ทาคาฮาชิ . (2538). การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คีโยโกะ ทาคาฮาชิ . 2538. "การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คีโยโกะ ทาคาฮาชิ . "การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. คีโยโกะ ทาคาฮาชิ . การปฏิเสธในหน่วยสร้างกริยาเรียงพื้นฐานในภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
