| ชื่อเรื่อง | : | การใช้ SEROTYPING เพื่อตรวจแยก HIV-1 SUBTYPES ในผู้ติดเชื้อเอดส์ของ โรงพบาบาลจุฬาลงกรณ์กับความสัมพันธ์ทางคลินิก |
| นักวิจัย | : | ศศิวิมล อุบลแย้ม |
| คำค้น | : | SEROTYPING , HIV-1 SUBTYPE , CLINICAL CORRELATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000678 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เพื่อศึกษา HIV-1 subtype ในผู้ติดเชื้อเอดส์ผู้วิจัยได้พัฒนาวิธีการตรวจ แยกชนิด (subtype) ของเชื้อ HIV-1 ขึ้นมาพร้อมๆกัน 2 วิธีคือวิธี serotyping ซึ่งอาศัยหลักการของ Indirect ELISA เปรียบเทียบกับวิธี genotyping โดยใช้เทคนิคของ nested PCR ซึ่งใช้หลักการของการใช้ selective primer ต่อแต่ละ subtype โดยใช้ตัวอย่างที่รู้สายพันธุ์แล้วจาก การทำ sequencing analysis จำนวน 5 ตัวอย่างเป็นบรรทัดฐาน เมื่อวิเคราะห์ในผู้ติดเชื้อของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 60 รายแยกตามกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆคือ Heterosexual< IVDUs และ Homo/bisexual กลุ่มละ 20 ราย พบว่าวิธี serotyping มีความจำเพาะ 100% แต่มีความไวน้อยกว่าวิธี genotyping(sensitivity 70%) ดังนั้นในการตรวจหา HIV-1 subtype ควรใช้ serotyping เป็นวิธีแรกในการตรวจหาเนื่องจากเป็นวิธีที่เร็ว,ประหยัดค่าใช้จ่ายและสามารถตรวจหาได้หลายตัวอย่างในเวลาเดียวกัน ในรายที่ไม่สามารถบอก subtype ได้หรือให้ผลเป็น dual reactive ควรทำการทดสอบโดยวิธี genotyping ต่อไป ส่วนในรายที่ให้ผลลบทั้ง serotypingให้ผลเป็น dual reactive ควรทำการทดดสอบโดยวิธี genotyping ต่อไปส่วนในรายที่ให้ผลลบทั้ง serotyping และ genotyping หรือ ผลของทั้ง2 วิธีขัดแยังกันควรทำการตรวจหาต่อโดยวิธี direct sequencing analysisจากการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่าง HIV-1 subtypes กับการดำเนินโรคทางคลินิกของผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มารับการรักษาที่ Immune clinic โรงพยาบาลจุลาลงกรณ์ระหว่างปี 1989-1994 โดยศึกษาในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีอาการและมีค่าเริ่มต้นของ CD4 มากกว่า 200 cells/cu.mm. และติดตามการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกจากระยะไม่มีอาการไปเป็นระยะ ARC หรือ AIDSและติดตามอัตราการลดลงของ CD4 ในแต่ละปีเป็นเวลา 3 ปี พบว่าค่าเริ่มต้นของ CD4 ในกลุ่ม heterosexuals (n=64) มีค่าต่ำกว่าในกลุ่ม non-heterosexual(n=30)อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) แต่ไม่มีความแตกต่างในระหว่างsubtype E และ subtype non-E (p>0.05) และเมื่อศึกษาอัตราการลดลงของจำนวน CD4 cells ไม่พบว่ามีความแตกต่างทางสถิติ (p>0.05) จากการศึกษาอัตราการดำเนินโรคจากระยะที่ไม่มีอาการไปเป็นระยะ ARC หรือ AIDSก็ไม่พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในระหว่างกลุ่มเสี่ยงต่างๆอย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาเฉพาะในกลุ่ม heterosexual ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทยพบว่าในปีที่ 3 ของการติดตาม subtype E มีอัตราการเลวลงของการดำเนินโรคมากกว่า subtype non-E อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)และเป็นที่น่าสังเกตว่าผลการศึกษานี้ยืนยันรายงานอื่นๆที่ว่าสายพันธุ์จะแพร่ระบาดต่างกันในกลุ่มเสี่ยงที่ต่างกันคือ subtype E พบแพร่ระบาดมากในกลุ่มhetrerosexual และ subtype B(,Thai)พบมากในกลุ่มที่ติดยาเสพติดนอกจากนี้ผลการศึกษาในครั้งนี้ยังเป็นรายงานแรกที่พบว่าในกลุ่มhomo/bisexual ส่วนใหญ่ติดเชิ้อ HIV-1 สายพันธุ์ B(,MN) ซึ่งเหมือนกับสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในแถบทวีปอเมริกาและยุโรปผลการศึกษานี้ให้ข้อมูลพื้นฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางด้านระบาดววิทยาอณูชีวโมเลกุลของเชื้อ HIV-1และความสัมพันธ์ของสายพันธุ์กับการดำเนินของโรคในผู้ติดเอดส์ในประเทศไทยอันจะมีประโยชน์ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคเอดส์ตลอดจนการพัฒนาการรักษาและวัคซีนต่อไปในอนาคต. |
| บรรณานุกรม | : |
ศศิวิมล อุบลแย้ม . (2538). การใช้ SEROTYPING เพื่อตรวจแยก HIV-1 SUBTYPES ในผู้ติดเชื้อเอดส์ของ โรงพบาบาลจุฬาลงกรณ์กับความสัมพันธ์ทางคลินิก.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิวิมล อุบลแย้ม . 2538. "การใช้ SEROTYPING เพื่อตรวจแยก HIV-1 SUBTYPES ในผู้ติดเชื้อเอดส์ของ โรงพบาบาลจุฬาลงกรณ์กับความสัมพันธ์ทางคลินิก".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศศิวิมล อุบลแย้ม . "การใช้ SEROTYPING เพื่อตรวจแยก HIV-1 SUBTYPES ในผู้ติดเชื้อเอดส์ของ โรงพบาบาลจุฬาลงกรณ์กับความสัมพันธ์ทางคลินิก."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. ศศิวิมล อุบลแย้ม . การใช้ SEROTYPING เพื่อตรวจแยก HIV-1 SUBTYPES ในผู้ติดเชื้อเอดส์ของ โรงพบาบาลจุฬาลงกรณ์กับความสัมพันธ์ทางคลินิก. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
