ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522
นักวิจัย : วิชัย ธัญญพาณิชย์
คำค้น : CONSUMER , REDRESS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000526
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การชดใช้เยียวยาความเสียหายของผู้ประกอบธุรกิจแก่ผู้บริโภค อันเนื่องมา จากการบริโภคสินค้าและบริการ จะต้องมีหลักฎหมายกำหนดให้การชดใช้เยียวยาดัง กล่าว เป็นไปได้โดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัดและเป็นธรรม จากการศึกษาวิจัยพบว่า หลักกฎหมายของไทยในเรื่องนี้ เพียงแต่บัญญัติรับรองสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดใช้เยียวยาไว้เท่านั้น แต่หลักความรับผิดอันเป็น พื้นฐานแห่งการเรียกร้องและวิธีการที่จะให้ได้รับการชดใช้ มิได้มีบทบัญญัติรองรับไว้ แต่อย่างใด จึงต้องนำหลักกฎหมายทั่วไปมาปรับใช้ สำหรับประเด็นหลักความรับผิดอัน เป็นพื้นฐานแห่งการเรียกร้อง ได้นำเอาหลักความรับผิดทางสัญญาและหลักความรับผิดทางละเมิดมาปรับใช้ แต่ยังเกิดปัญหาขัดข้องเพราะหลักความรับผิดทางสัญญานั้นมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้นไม่สอดคล้องกับระบบการตลาดและสภาพการบริโภคที่ เป็นจริง เพราะผู้บริโภคไม่จำเป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบธุรกิจโดยตรง ส่วนหลักความรับผิดทางละเมิด ผู้บริโภคมีภาระต้องพิสูจน์ความผิดของผู้ประกอบธุรกิจตามหลัก Fault Theory จึงเป็นภาระหนักแก่ผู้บริโภค เพราะข้อเท็จจริงที่เกี่ยว กับสินค้าและบริการล้วนอยู่ในความรู้เห็นของผู้ประกอบธุรกิจแต่เพียงฝ่ายเดียว สำ หรับประเด็นวิธีการที่จะให้ได้รับการชดใช้นั้น ยังคงใช้วิธีการฟ้องคดีเป็นมาตรการบัง คับเพียงวิธีเดียว ซึ่งมีปัญหายุ่งยาก ล่าช้า เสียค่าใช้จ่ายสูง แม้จะมีกลไกการฟ้องคดีแทนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาช่วยผ่อนคลาย แต่ยังคงมีข้อจำกัดภายใต้หลักความสัมพันธ์ทางสัญญา ผู้เขียนจึงเสนอแนะให้แก้ไข โดยกำหนดหลักความรับผิดเด็ดขาดในทางละเมิดแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้ชัดเจน และมีข้อยกเว้นได้ในบางกรณี ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาภาระการพิสูจน์ในคดีละเมิดที่ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์ความผิดอีกต่อไปและให้แก้ไขนิยามคำว่า "ผู้บริโภค" ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 ให้ขยายขอบเขตคลุมไปถึงผู้บริโภคซึ่งมิได้เป็นคู่สัญญากับผู้ประกอบธุรกิจด้วยซึ่งจะผลให้กลไกการฟ้องคดีแทนมีประโยชน์และสามารถทำงานได้มากขึ้นนอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้เสนอให้นำเอาวิธีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยองค์กรที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การชดใช้เยียวยาเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว ประหยัดและเป็นธรรมกับคู่กรณีทุกฝ่าย มาใช้ควบคู่กับกลไกการฟ้องคดีแทนด้วย ทั้งหมดนี้ ให้บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.คุ้ม ครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษ ผู้เขียนเชื่อว่า วิธีการที่เสนอแนะดังกล่าวจะช่วยทำให้การชดใช้เยียวยาความเสียหาย เป็นไปโดยสะดวก ประหยัด ทั่วถึงและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะส่งผลย้อนกลับให้ผู้ประกอบธุรกิจ มีความระมัดระวังในการผลิตและจำหน่ายสินค้าและ บริการ ให้มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลสูงสุดให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคและสังคมโดยรวมด้วย

บรรณานุกรม :
วิชัย ธัญญพาณิชย์ . (2538). ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิชัย ธัญญพาณิชย์ . 2538. "ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิชัย ธัญญพาณิชย์ . "ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
วิชัย ธัญญพาณิชย์ . ปัญหาการชดใช้เยียวยาความเสียหายแก่ผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.