| ชื่อเรื่อง | : | ผลของราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกจากดินและรากพืชต่อการเจริญของข้าวโพด |
| นักวิจัย | : | ชวนพิศ สีมาขจร |
| คำค้น | : | V-A MYCORRHIZA , ENDOMYCORRHIZAE , CORN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082538000462 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้รวบรวมและแยกสปอร์ราวีเอไมโคไรซ่าจากดินและรากพืช 13 ชนิดได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวฟาง ข้าวโพด หอมแดง หญ้ารูซี่ หม่อน สักมะขาม หางนกยูง สะตอ อ้อยและมะละกอ จาก 7 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี นครสวรรค์นครราชสีมา ยโสธร ขอนแก่น เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร ได้สปอร์ทั้งสิ้น 54 สายพันธุ์ตามแหล่งที่มาของตัวอย่าง แบ่งเป็น 5 สกุล คือ สกุล Aaculospora 4 สายพันธุ์ Gigaspora 5 สายพันธุ์ Glomus 33 สายพันธุ์ Sclerocystis 10 สายพันธุ์ และ Scutellospora 2 สายพันธุ์ ตรวจพบสกุล Glomus ในทุกตัว อย่างยกเว้นเดินที่มี pH มากกว่า 8 ซึ่งตรวจไม่พบโครงสร้างใดๆของราวีเอไมโค ไรซ่า จากราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกได้ท้งหมด 54 สายพันธุ์ พบว่า มี 14 สายพันธุ์สามารถเจริญและมีการติดเชื้อในรากข้าวฟางมากกว่า 40% หลังจากปลูกได้12 สัปดาห์เมื่อทดลองการติดเชื้อในรากข้าวโพดพันธุ์คาร์กิลล์ 922 และคัดเลือกราวีเอไมโคไรซ่าจาก 14 สายพันธุ์ พบว่า มีสายพันธุ์ที่สามารถติดเชื้อในรากเร็ว และมีเปอร์เซนต์การติดเชื้อสูงหรือสร้างสปอร์ใน pot cultureได้มาก ได้แก่ Acaulospora sp. สายพันธุ์ 2 Gigaspora sp. สายพันธุ์3 Glomus sp. สายพันธุ์ 9 และ Glomus sp. สายพันธุ์ 12 จากการทดลองพบว่าปริมาณ inoculum ที่เหมาะสมซึ่งทำให้มีการติดเชื้อสูงในรากข้าวโพด ได้แก่รา Glomus sp. สายพันธุ์ 9 Acaulospora sp. สายพันธุ์ 2 Glomus sp.สายพันธุ์ 12 และ Gigaspora sp. สายพันธุ์ 3 ใช้ inoculum 50, 50, 100และ 200 กรัมต่อดินที่ใช้ปลูก 7 ลิตรตามลำดับ ข้าวโพดที่ใส่รา Glomus sp.สายพันธุ์ 9 Acaulospora sp. สายพันธุ์ 2 และ Glomus sp. สายพันธุ์ 12มีผลผลิตน้ำหนักแห้งของฝักและต้น ความสูงของต้น ปริมาณไตโตรเจนและฟอสฟอรัสในต้นมากกว่าข้าวโพดที่ที่ไม่ใส่ราวีเอไมโคไรซ่า (ชุดควบคุม) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 % โดย Glomus sp.สายพันธุ์ 9 มีผลผลิตน้ำหนักแห้งของฝักและต้นมากที่สุด มากกว่าข้าวโพดชุดควบคุมคิดเป็นร้อยละ15.7 และ 13.7 ตามลำดับ รองลงมาคือ Acaulospora sp. สายพันธุ์ 2 และGlomus sp. สายพันธุ์ 12 ส่วนข้าวโพดที่ใส่รา Gigaspora sp. สายพันธุ์ 3ให้ผลผลิตน้ำหนักแห้งของฝักและต้นต่ำกว่าข้าวโพดชุดควบคุม แต่ไม่พบความแตกต่างกันทางสถิติ |
| บรรณานุกรม | : |
ชวนพิศ สีมาขจร . (2538). ผลของราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกจากดินและรากพืชต่อการเจริญของข้าวโพด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชวนพิศ สีมาขจร . 2538. "ผลของราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกจากดินและรากพืชต่อการเจริญของข้าวโพด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชวนพิศ สีมาขจร . "ผลของราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกจากดินและรากพืชต่อการเจริญของข้าวโพด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. ชวนพิศ สีมาขจร . ผลของราวีเอไมโคไรซ่าที่แยกจากดินและรากพืชต่อการเจริญของข้าวโพด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
