| ชื่อเรื่อง | : | ?????ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น |
| นักวิจัย | : | ?????เอกภพ?ศุภกรชูวงศ์ |
| คำค้น | : | CARROT JUICE , PRODUCTION , CONCENTRATION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082539000173 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น ?? ขั้นแรกได้ศึกษาผลของการลวกแครอทในสารละลายกรดซิตริก?0.05 0.07 0.10N ที่อุณหภูมิ?90?องศาเซลเซียส?โดยที่ให้จุดกึ่งกลางชิ้นแครอทมีอุณหภูมิถึง?80?องศาเซลเซียสเป็นเวลา?3?5?และ?7?นาที?พบว่าน้ำแครอทที่สกัดได้จากการลวกในสารละลายกรดซิตริกเข้มข้น?0.07N เป็นเวลา?3?นาที?มีปริมาณแบตาและแอลฟาแคโรทีนมากกว่าตัวอย่างอื่น?(p(<,-)0.01) ต่อมาได้ศึกษาวิธีที่เหมาะสมในการสกัดน้ำแครอท?โดยทำการศึกษา?3?วิธี?คือ?วิธีที่?1?สกัดน้ำแครอทหลังจากลวกแครอทในกรดซิติก?0.07N?จุดกึ่งกลางชิ้นแครอทมีอุณหภูมิถึง?80?องศาเซลเซียส?เป็นเวลา?3?นาที?วิธีที่?2?สกัดน้ำแครอทหลังจากนำแครอทมาบด,?ปรับ?pH เป็น?4.5?ด้วยกรดซิตริก?0.07N,?ให้ความร้อนแครอทบดจนมีอุณหภูมิถึง?80?องศาเซลเซียส?เป็นเวลา?3?นาที?วิธีที่?3?สกัดน้ำแครอทหลังจากลวกแครอทในน้ำ?จุดกึ่งกลางมีอุณหภูมิถึง?80?องศาเซลเซียส?เป็นเวลา?3 นาที,?บด?แล้วปรับ?pH เป็น?4.5?ด้วยกรดซิตริก?0.07N?พบว่าการสกัดน้ำแครอทด้วยวิธีที่?1?จะทำให้น้ำแครอทที่สกัดได้มีปริมาณแบตาแคโรทีน?แอลฟาแคโรทีน?ปริมาณเส้นใยอาหารที่ละลายได้?และค่า?L a b มากกว่าน้ำแครอทที่สกัดได้ด้วยวิธีอื่น?(p(<,-)0.05)?นำน้ำแครอทที่สกัดด้วยวิธีที่?1?มาทำให้เข้มข้นด้วยวิธีการระเหยน้ำภายใต้สัญญากาศที่อุณหภูมิ?60?องศาเซลเซียส?70?องศาเซลเซียล?และ80?องศาเซลเซียส?พบว่าน้ำแครอทเข้มข้นที่ระเหยน้ำที่อุณหภูมิ?70?องศาเซลเซียส?มีปริมาณเบตาแคโรทิน?แอลฟาแคโรทีน?และได้รับคะแนนด้านความชอบรวมมากกว่าน้ำแครอทเข้มข้นที่ระเหยน้ำที่อุณหภูมิ?60?องศาเซลเซียล?และ?80?องศาเซลเซียส?(p(<,-)0.05)?นำน้ำแครอทเข้มข้นที่ระเหยน้ำที่อุณหภูมิ?70?องศาเซลเซียส?มาปรับ?pH เป็น?4.4 4.2 4.0 และ3.8?พบว่าน้ำแครอทเข้มข้นที่มีการปรับ?pH เป็น?4.4 และ4.2?มีปริมาณแบตาแคโรทีน?แอลฟาแคโรทีน?และปริมาณเส้นใยอาหารที่ละลายได้มากกว่าที่มีการแปร?pH?เป็น?4.0?และ?3.8?(p(<,-)0.05)?จึงศึกษาสูตรเครื่องดิ่มน้ำแครอท?โดยการนำน้ำแครอทเข้มข้นที่มี?pH เป็น?4.4?และ?4.2?มาเจือจาง?และเติมน้ำผึ้งจนได้ปริมาณของแข็งทั้งหมดเท่ากับ?10?องศาเซลเซียส?12?องศาเซลเซียส?และ?14?องศาเซลเซียส?Brix?พบว่าเครื่องดื่มน้ำแครอทที่มี?pH 4.2 , 14 องศาเซลเซียส?Brixได้รับคะแนนด้านรสชาติและความชอบรวมมากที่สุด?นอกจากนี้ยังได้ศึกษาอายุการเก็บน้ำแครอทเข้มข้น?ทำโดยการบรรจุในถุง?laminate และเก็บที่อุณหภุมิแช่เยือกแข็งและอุณหภูมิตู้เย็นเป็นเวลา?5?เดือน?พบว่าน้ำแครอทเข้มข้นที่เก็บที่อุณหภูมิแช่เยือกแข็งมีการลดลงของปริมาณเบตาแคโรทีน?แอลฟาแคโรทีน?ค่า?L และ?b น้อยกว่าการเก็บที่อุณหภูมิตู้เย็น?แต่พบว่าการเก็บที่อุณหภูมิแช่แข็งจะทำให้น้ำแครอทมีค่าการดูดกลืนแสง?(ความคงตัว)?น้อยกว่าที่อุณหภูมิตู้เย็นส่วนการเก็บรักษาเครื่องดื่มน้ำแครอทบรรจุกระป๋องที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา?5?เดือน?พบว่าปริมาณเบตาแคโรทีนแอลฟาแคโรทีน?ค่า L และ?b มีแนวโน้มลดลง |
| บรรณานุกรม | : |
?????เอกภพ?ศุภกรชูวงศ์ . (2539). ?????ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ?????เอกภพ?ศุภกรชูวงศ์ . 2539. "?????ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ?????เอกภพ?ศุภกรชูวงศ์ . "?????ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ?????เอกภพ?ศุภกรชูวงศ์ . ?????ปัจจัยที่มีผลต่อการผลิตน้ำแครอทและการทำน้ำแครอทเข้มข้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
