ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล
นักวิจัย : อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย
คำค้น : LEARNING STYLES , TEACHING STYLES , CRITICAL THINKING
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000478
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการ เรียนของนักศึกษา กับแบบการสอนของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล และเสนอแบบการสอนที่เหมาะสมต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณตามแบบการเรียนของนักศึกษาพยาบาล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยเชิงทดลอง ใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาพยาบาลจากวิทยาพยาบาลสภากาชาดไทยที่มีแบบการเห็น แบบการฟัง แบบการอ่าน และแบบการเคลื่อนไหว แบบละ 10 คน ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันเป็นคู่ ๆ ทั้งคะแนนเฉลี่ยสะสมและคะแนนทดสอบความคิดอย่างมีวิจารณญาณสุ่ม เข้าสู่กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมประเภทละ 5 ด้าน รวมเป็นกลุ่มละ 20 คนกลุ่มทดลองสอนโดยใช้แบบการสอนเพื่อพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณในวิชา สุขภาพและการพยาบาลจิตเวชในคลินิก ส่วนกลุ่มควบคุมสอนแบบเดิมที่เคยสอน เป็นเวลา 10 ครั้ง ๆ ละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ หลังจากนั้น นำผลการทดสอบหลังทดลองมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบคะแนนการทดสอบความคิดอย่างมี วิจารณญาณของนักศึกษาก่อนการทดลองและหลังการทดลองของกลุ่มตัวอย่าง พบว่านักศึกษาที่ได้รับการสอนแบบพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีคะแนนความคิดอย่างมีวิจารณญาณสูงกว่า ก่อนการทดลองและสูงกว่านักศึกษาที่ได้รับการสอนแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .001 เมื่อวิเคราะห์ผลปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนักศึกษากับแบบการสอนของอาจารย์ พบว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาตามระบบการเรียนพบว่านักศึกษาที่มีแบบการเรียนการอ่าน สามารถพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณสูงกว่านักศึกษาที่มีแบบการเรียนการเห็นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาที่มีแบบการเรียนแบบอื่น ๆ ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแบบการสอนที่พัฒนาความคิดอย่างมี วิจารณญาณที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสามารถพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณในนักศึกษาได้ทุกแบบการเรียน

บรรณานุกรม :
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย . (2537). การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย . 2537. "การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย . "การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
อรพรรณ ลือบุญธวัชชัย . การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนของนิสิตนักศึกษากับแบบการสอน ของอาจารย์ต่อการพัฒนาความคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.