| ชื่อเรื่อง | : | บทบาทการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ |
| นักวิจัย | : | สุนิสา ใยเยี่ยม |
| คำค้น | : | EDUCATION , HUMAN CAPITAL , SOURCE OF ECONOMIC GROWTH |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000208 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อวิเคราะห์ถึงบทบาทของการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านทางฟังก์ชันการผลิตแบบ Cobb -Douglas กล่าวคือ ได้ใช้การศึกษาเป็นตัวแปรทางอ้อมในการแบ่งแรงงานออกเป็น 4 ประเภท ตามระดับการศึกษาที่สำเร็จ เพื่อพิจารณาปัจจัยแรงงานทั้งทางด้านปริมาณ และคุณภาพที่ดีขึ้นจากการลงทุนทางการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยทุนส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุด คือร้อยละ 46.35 เนื่องจากการผลิตในหลาย ๆ สาขาการผลิตมีงบลงทุนทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ ในส่วนของปัจจัยแรงงานพบว่า แรงงานที่มีการศึกษาจะส่งผลในทางบวกต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนแรงงานที่ไม่มีการศึกษาส่งผลในทางลบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยแรงงานส่วนที่มีการลงทุนทางการศึกษาทั้งหมด ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ 39.68 แรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นแรงงานที่มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด คือร้อยละ17.38 เนื่องจากเป็นแรงงานกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถ ความชำนาญสูงในการประกอบอาชีพ และมักเข้าไปอยู่ในสาขาการผลิตที่มีการขยายตัวค่อนข้างสูง รองลงมาคือ แรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษาตอนต้น และประถมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ร้อยละ 14.32 เนื่องจากการศึกษาระดับนี้เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้ผู้มีงานทำที่สำเร็จการศึกษาขั้นนี้มีปริมาณและสัดส่วนสูงที่สุด ในจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด แรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา มีบทบาทต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจน้อยที่สุดในบรรดาแรงงานที่มีการลงทุนทางการศึกษาทั้งหมด คือร้อยละ 8.16ด้วยเหตุว่าแรงงานที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษาตอนต้นและประถมศึกษาตอนปลาย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม และไม่เล็งเห็นความสำคัญในการศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาจึงเข้าสู่กำลังแรงงานทันทีที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ความต้องการเรียนต่อระดับนี้จึงมีน้อย ทำให้สัดส่วนของจำนวนนักเรียนต่อประชากรในวัยเรียนระดับมัธยมศึกษามีค่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับระดับประถมศึกษา ส่วนแรงงานที่ไม่มีการศึกษานอกจากไม่มีบทบาทในการส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแล้วยังมีส่วนทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงถึงร้อยละ 13.58เมื่อนำค่าสัมประสิทธิ์ที่ได้จากการประมาณค่าสมการการผลิตมารวมกันจะมีค่าเท่ากัน 0.7263 ซึ่งมีค่าน้อยกว่า แสดงว่าการผลิตของประเทศอยู่ในช่วงที่มีผลได้ต่อขนาดลดลง กล่าวคือ เป็นระยะที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มของปัจจัยการผลิต |
| บรรณานุกรม | : |
สุนิสา ใยเยี่ยม . (2537). บทบาทการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุนิสา ใยเยี่ยม . 2537. "บทบาทการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุนิสา ใยเยี่ยม . "บทบาทการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. สุนิสา ใยเยี่ยม . บทบาทการศึกษาต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
