ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น
นักวิจัย : อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ
คำค้น : RADIANT BARRIER , DIRECTION OF HEAT FLOW , REFLECTIVE INSULATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082537000004
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งที่ศึกษาประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนของระบบ ป้องกันรังสีความร้อนที่ประกอบด้วย ช่องอากาศและอลูมินั่มฟอยด์ ตัวแปรที่ทำการศึก ษาคือ ทิศทางการถ่ายเทความร้อน ระยะห่างของช่องอากาศ และจำนวนชั้นของช่องอากาศสะท้อนรังสี ในการศึกษาทิศทางการถ่ายเทความร้อนได้เน้นการศึกษาใน ทิศทางการถ่ายเทความร้อนในระนาบนอนผ่านวัสดุระนาบตั้งเพื่อนำผลแห่งการวิจัยมาประยุกต์ใช้เป็นฉนวนที่มีประสิทธิภาพกับผนังก่ออิฐฉาบปูนเรียบ ขบวนการวิจัยในการทดสอบตัวแปรอาศัยการจำลองสภาพอาคารด้วย กล่องทดสอบสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ จำนวน 5 กล่อง โดยแต่ละกล่องได้จัดทำให้มีโครงสร้างเหมือนกันมีผนังที่มีค่าความต้านทานความร้อนสูงทั้ง 5 ด้าน ส่วนด้านที่ 6 เป็นด้านที่สำหรับทดสอบตัวแปร ทิศทางการถ่ายเทความร้อน, ระยะห่างของช่องอากาศและจำนวนชั้นของช่องอากาศสะท้อนรังสี จากนั้นได้วิเคราะห์ผลการทดลองเพื่อคัดเลือกตัวแปรที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนที่ดีและเหมาะ สมไปทดสอบร่วมกับผนังก่ออิฐในอาคารจริงที่ควบคุมภูมิอากาศภายใน ผลของการวิจัยพบว่า ทิศทางการถ่ายเทความร้อนในแต่ละทิศทางจะส่งผลต่อ การป้องกันความร้อนของระบบฉนวนสะท้อนรังสีแตกต่างกัน โดยเรียงลำดับประสิทธิ ภาพการป้องกันความร้อนจากมากไปหาน้อยดังนี้ ทิศทางการถ่ายเทความร้อนลงผ่านวัสดุระนาบนอน ทิศทางการถ่ายเทความร้อนลงผ่านวัสดุระนาบเอียง 45 องศา ทิศทางการถ่ายเทความร้อนในระนาบนอนผ่านวัสดุระนาบตั้งทิศทางการถ่าย เทความร้อนขึ้นผ่านวัสดุระนาบเอียง 45 องศา และทิศทางการถ่ายเทความร้อนขึ้น ผ่านวัสดุระนาบนอน ในการศึกษาทิศทางการถ่ายเทความร้อนลงผ่านวัสดุระนาบนอนจะมีประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนที่ไม่คงที่ซึ่งจะแปรเปลี่ยนไปตามความ แตกต่างของอุณหภูมิอากาศภายในและภายนอกจากการศึกษาประยุกต์ระบบฉนวนสะท้อนรังสีไปใช้กับผนังก่ออิฐทั่วไปควรเว้นระยะห่างของช่องอากาศ 1.5 นิ้วและช่องอากาศสะท้อนรังสี 1 ชั้น โดยผลจากการเปรียบเทียบกับผนังก่ออิฐจะสามารถลดความร้อนในช่วง Peak Load ได้ถึง 10.32 Btu/hr.sq.ft. หรือเป็นการลดภาระทำความเย็นได้ถึง 39.79 เปอร์เซ็นต์

บรรณานุกรม :
อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ . (2537). ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ . 2537. "ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ . "ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
อนันต์ วัชรพงษ์วินิจ . ประสิทธิภาพในการใช้ฉนวนสะท้อนรังสีและทิศทางการถ่ายเทความร้อนสำหรับอาคารในภูมิอากาศเขตร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.