ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง
นักวิจัย : ไพบูลย์ รักษาสุทธิพันธ์
คำค้น : STRATIFICATION EFFECT , ATRIUM
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082536000180
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยนี้เพื่อศึกษาถึงพฤติกรรมของชั้นความร้อนภายในโถงเพื่อพยายามหาแนวทางในการออกแบบ แก้ไขชั้นความร้อนที่เกิดขึ้นภายในโถง โดยได้เลือกทำการศึกษาถึงตัวแปร 5 ตัว ที่มีผลกระทบต่อพฤติกรรมของความร้อนภายในโถง คือ อุณหภูมิภายนอก, ตำแหน่งความสูงของจุดต่างๆภายในโถง, ค่ารังสีแสงอาทิตย์, ขนาดช่องเปิดระบายอากาศและความหนาแน่นของมวลสารที่เป็นวัสดุภายในโถง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงการทดลอง โดยศึกษาจากหุ่นจำลองโถง ซึ่งมีขนาดความกว้างภายใน 1.00 เมตร x 1.00 เมตร สูง 4 เมตร วัสดุเป็นอิฐและวัสดุเบา ทำการวัดค่าของอุณหภูมิภายในโถงที่ตำแหน่งความสูงต่างๆ รวมไปถึงค่าอุณหภูมิที่ผิววัสดุด้วยเครื่องมือวัดอุณหภูมิ(Thermo Couple) บันทึกข้อมูลอุณหภูมิทุกๆ 15 นาทีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วันต่อชุดการทดลองและวิเคราะห์ข้อมูล โดยโปรแกรมทางสถิติSPSS-PC('+) ด้วยวิธีการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณและวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเส้นตรงของตัวแปรที่ศึกษา ผลจากการวิจัยได้ผลสรุปเป็น สมการการคาดการณ์ของอุณหภูมิภายในโถง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับตัวแปรต่างๆทั้ง 5 ตัวแปรดังที่กล่าวมาแล้ว

บรรณานุกรม :
ไพบูลย์ รักษาสุทธิพันธ์ . (2536). การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพบูลย์ รักษาสุทธิพันธ์ . 2536. "การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพบูลย์ รักษาสุทธิพันธ์ . "การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
ไพบูลย์ รักษาสุทธิพันธ์ . การศึกษาผลของชั้นความร้อนในโถงที่มีความสูงโดยใช้หุ่นจำลอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.