| ชื่อเรื่อง | : | การกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า |
| นักวิจัย | : | สมบัติ เดียวอิศเรศ |
| คำค้น | : | ASSESSMENT , TRADEMARK INFRINGEMENT , DAMAGES |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000587 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายที่จะทำการศึกษาถึงหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า ที่ได้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา438 มาปรับใช้ และแนววินิจฉัยของศาลไทยว่ามีความเหมาะสมแน่นอนชัดเจนเพียงพอหรือไม่โดยศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกฎหมาย และแนววินิจฉัยของศาลต่างประเทศเพื่อที่จะหาข้อสรุปเสนอแนะให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดค่าเสียหายที่เหมาะสมแน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับระบบของกฎหมายเครื่องหมายการค้า ผลการวิจัยพบว่า มาตรา 438 ดังกล่าวที่ใช้เป็นหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น เป็นบทบัญญัติที่ให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายได้อย่างกว้างขวาง แต่ศาลยังบังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่จำกัดครัดเคร่งในขอบเขตเพื่อให้ผู้เสียหายกลับคืนสู่ฐานะเดิมก่อนมีการละเมิดอันมีลักษณะเป็นการคุ้มครองเอกชน ไม่เอื้ออำนวยให้มีการกำหนดค่าเสียหายเชิงลงโทษหรือให้เป็นตัวอย่าง เพื่อจะได้สอดคล้อง เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของกฎหมายเครื่องหมายการค้าที่มุ่งคุ้มครองทั้งเอกชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิ ผู้บริโภคและสาธารชนด้วย ทั้งแนววินิจฉัยของศาลยังมีการใช้ดุลพินิจที่แตกต่างกัน และไม่แน่นอนชัดเจนโดยกำหนดค่าเสียหายให้เป็นจำนวนมากบ้างน้อยบ้าง โดยไม่ปรากฏเหตุผลที่ชัดเจน ดังนั้น ถ้าจะยังคงปรับใช้ มาตรา 438 ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าเสียหายต่อไปอีกก็ต้องใช้เวลานาน เพื่อให้ศาลซึ่งเป็นผู้ใช้ดุลพินิจเข้าใจในแนวทางเดียวกันและยอมรับการกำหนดค่าเสียหายในเชิงพาณิชย์ธุรกิจการค้า หรือเชิงเศรษฐศาสตร์ อันเป็นระบบการคุ้มครองสิทธิในเครื่องหมายการค้า แต่ถ้าจะให้การกำหนดค่าเสียหายเหมาะสมแน่นอนชัดเจนยิ่งขึ้นและใช้เวลาไม่นานนัก ก็สมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเครื่องหมายการค้าในปัจจุบัน ให้มีบทบัญญัติกำหนดองค์ประกอบอันเป็นหลักเกณฑ์เพื่อเป็นขอบเขตแห่งวิธีการให้ศาลใช้ดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหาย จึงของเสนอแนะให้มีบทบัญญัติสรุปได้ ดังนี้ (ก) การให้จำนวนเงินกำไรที่ผู้ทำการละเมิดได้รับและจำนวนเงินที่ผู้เสียหายควรจะได้รับโดยปกติจากการใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียน เป็นค่าเสียหายที่ผู้เสียหายมีสิทธิได้รับ แต่มีสิทธิเรียกร้องจำนวนเงินกำไรหรือค่าสินไหมทดแทนได้อย่างใดอย่างหนึ่ง และกำหนดการพิสูจน์ให้ผู้เสียหายมีหน้าที่พิสูจน์เพียงยอดขายของผู้ทำละเมิด และให้ผู้ทำละเมิดมีหน้าที่พิสูจน์ถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะนำมาหักลด (ข) การร้องของการคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการกระทำหรือให้กระทำการบางอย่างเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า |
| บรรณานุกรม | : |
สมบัติ เดียวอิศเรศ . (2535). การกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมบัติ เดียวอิศเรศ . 2535. "การกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมบัติ เดียวอิศเรศ . "การกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. สมบัติ เดียวอิศเรศ . การกำหนดค่าเสียหายกรณีการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
