| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์พฤติกรรมและต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วยในการรักษาไข้มาลาเรียก่อนการเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย |
| นักวิจัย | : | นิคม ดีพอ |
| คำค้น | : | ANALYSIS , BEHAVIOR , COST , MALARIA |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2535 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1082535000150 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. วิเคราะห์รูปแบบและต้นทุนของการรักษาตนเองของผู้ป่วยมาลาเรียก่อนเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย2. วิเคราะห์แห่งจำหน่ายยารักษาไข้มาลาเรียที่ผู้ป่วยซื้อมารักษาตนเอง 3.นำเสนอผลการวิเคราะห์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อกำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของงานควบคุม ป้องกันและรักษาไข้มาลาเรีย ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้มาลาเรีย ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้มาลาเรียสูง ผู้ป่วยตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่มาลาเรียคลีนิค ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ไข้สูงมีอัตราการพบเชื้อไม่ต่ำกว่า 60 รายต่อ1,000 ประชากรในปี สถานที่ทำการศึกษาเลือก โดยการสุ่มตัวอย่างจากจังหวัดและอำเภอที่กองมาลาเรียจัดเป็นพื้นที่ไข้สูงในปี 2531 ได้อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ที่ทำการศึกษาครั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่า ในจำนวนผู้ป่วยตัวอย่าง 1,378 ราย มีการรักษาตนเองมาก่อนเป็น 3 รูปแบบคือ รูปแบบที่หนึ่งมีการรักษาตนเองมาก่อน1 ครั้งมี 733 ราย(53.2%) รูปแบบที่สองมีการรักษาตนเองมาก่อน 2 ครั้งมี 91 ราย(6.6%) และรูปแบบที่สามมีการรักษาตนเองมาก่อน 3 ครั้ง มี10 ราย(0.7%) การรักษาตนเองมาก่อนในขั้นตอนแรก (รวมทั้งสามรูปแบบ) มี 834ราย(60.5%) เป็นผู้ป่วยพบเชื้อ 202 ราย (24.2%) และไม่พบเชื้อ 632ราย (75.8%) ในขั้นตอนที่สอง(รวมรูปแบบที่สองและสาม) มี 101 ราย(7.3%) เป็นผู้ป่วยพบเชื้อ 36 ราย(35.6%) และไม่พบเชื้อ 65 ราย(64.4%) ในขั้นตอนที่สามมี 10 ราย(0.7%) เป็นผู้ป่วยพบเชื้อ 3 ราย(30%) และไม่พบเชื้อ 7 ราย(70%) สำหรับวิธีการรักษาตนเองนั้นพบว่าในขั้นตอนแรก ผู้ป่วย 76.5% รักษาตนเองด้วยการซื้อยามารับประทาน 13.9%รักษาด้วยการไปรับบริการของกองมาลาเรียที่อื่นและ 9.6% ไปรับบริการจากแหล่งอื่น ๆ ในขั้นตอนที่สองนั้นพบว่า ผู้ป่วยที่รักษาตนเองด้วยการซื้อยามารับประทานมีจำนวนลดลงเหลือ 25.8% และไปรับบริการรักษาไข้มาลาเรียด้วยวิธีอื่น ๆ เพิ่มขึ้น แหล่งจำหน่ายยารักษาไข้มาลาเรียที่ผู้ป่วยซื้อมากที่สุด คือ ร้านชำ(69%) และรองลงมาเป็นร้ายขายยา (31%) แสดงให้เห็นว่าร้านชำมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการกระจายยารักษาไข้มาลาเรียสู่ประชาชนในชนบท และเป็นแหล่งที่ยังไม่มีการควบคุมอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในด้านนี้ สำหรับผลข้างเคียงที่เกิดจากการรับประทานยารักษาไข้มาลาเรียที่ผู้ป่วยซื้อมารักษาตนเอง ที่พบมาที่สุดได้แก่ อาการคลื่นไส้อาเจียน (76.7%)ส่วนอาการอื่น ๆ พบไม่มากนัก การวิเคราะห์ต้นทุนที่เกิดจากการรักษาไข้มาลาเรียด้วยตนเอง พบว่าในขั้นตอนแรก ต้นทุนเฉลี่ยของการรักษาตนเองของผู้ป่วยเท่ากับ 70.72บาท ผู้ป่วยพบเชื้อ 61.18 บาท และไม่พบเชื้อ 73.75 บาท ในขั้นตอนที่สองต้นทุนเฉลี่ยของการรักษาตนเองของผู้ป่วยเท่ากับ 163.25 บาท ผู้ป่วยพบเชื้อ 111.28 บาท และไม่พบเชื้อ 191.31 บาท สำหรับในขั้นตอนที่สามนั้นเนื่องจากมีผู้ป่วยตัวอย่างจำนวนน้อยจึงไม่นำมาคำนวณต้นทุน และจากการศึกษานี้นำมาประมาณการต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วย เนื่องจากการรักษาตนเองสำหรับผู้ป่วยทั้งประเทศที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาวะแวดล้อม และมีอัตราการระบาดของไข้มาลาเรียใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ทำการศึกษาในปี 2533 เป็นมูลค่า 11,056,658 บาท หรือเป็นความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในแต่ละปีทั้งนี้ยังไม่รวมความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเนื่องจากการดื้อยาและผลข้างเคียงของยา |
| บรรณานุกรม | : |
นิคม ดีพอ . (2535). การวิเคราะห์พฤติกรรมและต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วยในการรักษาไข้มาลาเรียก่อนการเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิคม ดีพอ . 2535. "การวิเคราะห์พฤติกรรมและต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วยในการรักษาไข้มาลาเรียก่อนการเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. นิคม ดีพอ . "การวิเคราะห์พฤติกรรมและต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วยในการรักษาไข้มาลาเรียก่อนการเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2535. Print. นิคม ดีพอ . การวิเคราะห์พฤติกรรมและต้นทุนที่เกิดกับผู้ป่วยในการรักษาไข้มาลาเรียก่อนการเข้ารับบริการของกองมาลาเรีย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2535.
|
