| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | ดวงพร พรวิทยา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=2489 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~uความเป็นมา~u พยาบาลเป็นบุคลากรกลุ่มใหญ่ที่สุดในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ที่ได้ ปฏิบัติงานอยู่ในทุกระดับของระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ จึงนับได้ว่าพยาบาลเป็น บุคลากรที่มีความสำคัญต่อการให้บริการสาธารณสุข เพื่อพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต ของประชาชนในประเทศ ดังนั้นการจัดการศึกษาเพื่อผลิตบุคลากรทางการพยาบาลที่มีคุณภาพ ให้มีจำนวนพอเพียงสำหรับการปฏิบัติงานในหน่วยงานระดับต่างๆ ของระบบการบริการสาธารณสุข ของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาสุขภาพอนามัยของประชาชน ปัจจุบันการจัดการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ในประเทศไทยได้ดำเนินอยู่หลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบการผลิตพยาบาล เพื่อการบริการของรัฐโดยตรง คือ วิทยาลัยพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะต้องผลิตพยาบาลให้เพียงพอต่อความต้องการ ของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันยังผลิตไม่เพียงพอ ทำให้ต้องเพิ่มการผลิต จำเป็นต้องมีอาจารย์ พยาบาลเพียงพอและเหมาะสมทั้งจำนวนและคุณภาพ แต่อาจารย์พยาบาลมีไม่เพียงพอทำให้อาจารย์ มีภาระงานมากกว่าปกติ และในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน อาจารย์พยาบาลเกิดความรู้สึกด้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับอาจารย์พยาบาลที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานเอกชน เนื่องจากมีเงินเดือนต่ำ กว่ามาก นอกจากนี้ยังรู้สึกด้อยศักดิ์ศรี เมื่อเปรียบเทียบกับอาจารย์สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย เพราะความก้าวหน้าทางราชการ และตำแหน่งทางวิชาการยังมีความก้าวหน้าช้ากกว่ามาก ทางด้านสวัสดิการ พบว่าบางด้านยังไม่เพียงพอกับความต้องการของอาจารย์ เช่น บ้านพัก บางแห่งไม่มีบ้านพักให้อาจารย์ที่มีครอบครัว ถ้าอยู่ไกลทำให้การเดินทางลำบาก เกิดความ เหน็ดเหนื่อย เบื่อหน่ายท้อแท้ในที่สุด นอกจากนั้นปัญหาการจัดการเรียนการสอนปีละ 3 ภาคเรียน นักศึกษาจะปิดภาคปีละ 6 สัปดาห์ แต่อาจารย์ไม่มีปิดภาค จะมีพักร้อนปีละ 10 วัน ทำให้อาจารย์ไม่มีเวลาจะค้นคว้าเพื่อพัฒนาตนเอง จากปัญหาดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาลลดลง ซึ่งถ้าความผูกพันต่อสถาบันลดลงจะก่อให้เกิดการ โอน ย้าย หรือลาออก ของอาจารย์พยาบาล มีจำนวนมากในแต่ละปี ดังนั้นผู้วิจัยจึงเห็นสมควรได้มีการศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อความผูกพันต่อสถาบัน ของอาจารย์พยาบาล เพราะความผูกพันเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่บอกความแตกต่างระหว่าง การคงอยู่หรือลาออกจากองค์การ และความผูกพันต่อองค์การจะเป็นตัวพยากรณ์การเพิ่มผลผลิต ความพึงพอใจในงาน ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าจะเป็นประโยชน์ต่อไปในการสร้างเสริม ให้อาจารย์พยาบาลมีความผูกพันต่อสถาบัน อันเป็นผลให้อาจารย์มีความเต็มใจที่จะได้มีส่วนร่วม ต่อการผลิตและพัฒนาบุคคลากรพยาบาลที่จำเป็นต่อวิชาชีพต่อไป ~uความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า~u 1. เพื่อศึกษาระดับความรู้สึกของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีต่อลักษณะงานและประสบการณ์ที่ได้รับ จากการปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล 2. เพื่อศึกษาระดับความสัมพันธ์ต่อวิทยาลัยพยาบาลของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัย พยาบาล สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 3. เพื่อศึกษาระดับความผูกพันระหว่างปัจจัยต่างๆ ของอาจารย์พยาบาลต่อความผูกพัน ต่อวิทยาลัยพยาบาลของอาจารย์พยาบาล 4. เพื่อศึกษาปัจจัยที่พยากรณ์ความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลของอาจารย์พยาบาล ~uวิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า~u การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัย พยาบาล สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เฉพาะที่เปิดสอนหลักสูตร พยาบาลศาสตร์ (4 ปี) รวม 24 แห่ง โดยสอบถามความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะงาน ประสบการณ์ ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล แสดงให้ทราบถึงระดับความรู้สึกผูกพันต่อองค์การ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับลักษณะงาน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงาน และระดับความผูกพัน ต่อวิทยาลัยพยาบาล จากนั้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะส่วนบุคคล ลักษณะงาน และ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล และหาตัวพยากรณ์ความผูกพันต่อ วิทยาลัยพยาบาลของอาจารย์พยาบาล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็น แบบสอบถามข้อมูลความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะงาน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานและ ความรู้สึกผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาล โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถาม เกี่ยวกับคุณลักษณะส่วนบุคคลของอาจารย์พยาบาล เป็นแบบสอบถามเลือกตอบ จำนวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะงานและประสบการณ์ที่ได้รับจากการ ปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล จำนวน 52 ข้อ ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยเรียงจากมากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถาม ความรู้สึกผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาล ตามความรู้สึกของอาจารย์พยาบาล จำนวน 15 ข้อ ลักษณะ แบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยเรียงจาก มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด แล้วนำข้อมูลไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรม SPSS/PC(+) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาคำตอบในการศึกษาค้นคว้าและเพื่อทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ความเบี่ยงเบนมาตรฐานสหสัมพันธ์อย่างง่าย สหสัมพันธ์พหุคูณ และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน แล้วทำการแปลผลและนำเสนอเป็นตารางประกอบการบรรยาย ความเรียง ~uสรุปผลการศึกษาค้นคว้า~u 1. อาจารย์พยาบาลมีความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนก ตามอายุพบว่า กลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีคะแนนเฉลี่ยความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลในระดับมาก กลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง จำแนกตามระดับการศึกษา พบว่า กลุ่มที่มีการศึกษาระดับปริญญาเอกมีคะแนนเฉลี่ยความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลในระดับ มาก กลุ่มที่ระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาเอกคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง จำแนกตาม ระยะเวลาที่ปฏิบัติงาน พบว่า กลุ่มที่ปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล 16 ปีขึ้นไป มีคะแนน เฉลี่ยความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลในระดับมาก กลุ่มที่ปฏิบัติงานน้อยกว่า 16 ปี มีคะแนน เฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง จำแนกตามสถานภาพสมรส พบว่า อยู่ในระดับปานกลางทั้งหมด 2. การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาล พบว่า ปัจจัย ด้านลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ อายุ และระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล ปัจจัย ด้านลักษณะงาน ได้แก่ ลักษณะงานที่มีความสำคัญ โอกาสก้าวหน้า การมีส่วนร่วมในการ บริหารงาน ลักษณะงานที่มีความท้าทาย และลักษณะงานที่มีความสัมพันธ์กับผู้อื่น ปัจจัยด้าน ประสบการณ์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล ได้แก่ เจตคติของผู้ร่วมงานต่อ วิทยาลัยพยาบาล ระบบการพิจารณาความดีความชอบ ความน่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ของวิทยาลัย พยาบาล ความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญต่อวิทยาลัยพยาบาล และความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน มีความสัมพันธ์ทางบวกกับความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลของอาจารย์พยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3. การศึกษาปัจจัยที่พยากรณ์ความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาล เมื่อพิจารณาร่วมกัน 3 ปัจจัย คือ ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ลักษณะงาน และประสบการณ์ที่ได้รับจากการ ปฏิบัติงานในวิทยาลัยพยาบาล โดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ พบว่ามีตัวแปร 6 ตัว ที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ความผันแปรของความผูกพันต่อวิทยาลัยพยาบาลได้ร้อยละ 63.81 เรียงลำดับตามอิทธิพลของตัวแปรดังนี้ ความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ลักษณะงานที่มีความท้าทาย ความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญต่อวิทยาลัยพยาบาล ระบบการ พิจารณาความดีความชอบ และเจตคติของผู้ร่วมงานต่อวิทยาลัยพยาบาล ดังสมการพยากรณ์ ดังนี้ Y(^)= .3324+.2490(X(,3))+.2123(X(,2))+.1472(X(,5)) +.1125(X(,4))+.1232(X(,1))+.1096(X(,6)) Y(^)(,Z) = .2332(Z(,3))+.2013(Z(,2))+.1472(Z(,5)) +.1452(Z(,4))+.1296(Z(,1))+.1231(Z(,6)) |
| บรรณานุกรม | : |
ดวงพร พรวิทยา . (2539). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดวงพร พรวิทยา . 2539. "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ดวงพร พรวิทยา . "ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ดวงพร พรวิทยา . ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อสถาบันของอาจารย์พยาบาล สังกัดวิทยาลัยพยาบาล สถาบัน พระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
