| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิภาพการจำกัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบเอสบีอาร์ |
| นักวิจัย | : | ปัทมา สุระสินธุ์อนันต์ |
| คำค้น | : | เอสบีอาร์ , ไซยาไนด์ , น้ำเสียอุตสาหกรรมชุบโลหะ , ระยะเวลากักน้ำ , Sequencing Batch Reactor (SBR) , Cyanide , Electroplating Wastewater , Hydraulic Retention Time (HRT) |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1847 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาประสิทธิภาพการกำจัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบ เอสบีอาร์ โดยทำการศึกษาประสิทธิภาพของระบบในการบำบัดน้ำเสียที่มีปริมาณ ความเข้มข้นของไทโอไซยาเนตที่ปริมาณต่างๆ(0.08, 0.10, 0.16, 0.17, 0.18, 0.19, 0.20, 0.26 และ 0.33 มก.ไซยาไนด์/ล) เพื่อหาปริมาณความเข้มข้นที่มากที่สุด ที่ระบบสามารถรองรับได้ นอกจากนั้นยังทำการศึกษาประสิทธิภาพของระบบบำบัดที่ ระยะเวลากักน้ำ 3, 5, 7 และ 10 วัน เปรียบเทียบกับระบบควบคุมที่ไม่มี ไทโอไซยาเนตและได้ทดสอบประสิทธิภาพการกำจัดสารประกอบไซยาไนด์ในน้ำเสียจาก อุตสาหกรรมชุบโลหะ จากการทดลองพบว่าเมื่อปริมาณความเข้มข้นของไทโอไซยาเนตเพิ่มขึ้น จะทำให้ ประสิทธิภาพการบำบัดค่าซีโอดี ค่าบีโอดี ค่าทีเคเอ็น และค่าไซยาไนด์ลดลง โดยที่ปริมาณความเข้มข้นของไทโอไซยาเนตต่ำที่สุดเท่ากับ 0.08 มก.ไซยาไนด์/ล ระบบสามารถบำบัดค่าซีโอดี ค่าบีโอดี ค่าทีเคเอ็น และค่าไซยาไนด์ ได้ประสิทธิภาพการบำบัดสูงที่สุดโดยเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 98.8, 91, 84.1, และ 95.8 ตามลำดับ นอกจากนี้ในน้ำที่ออกจากระบบบำบัดจะพบปริมาณแอมโมเนียม ไนไตร์ท ไนเตรท และซัลเฟตเพิ่มขึ้น เมื่อเพิ่มปริมาณไทโอไซยาเนตที่เข้าระบบเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มปริมาณความเข้มข้นของไทโอไซยาเนตเป็นการเพิ่มค่าภาระบรรทุก สารอินทรีย์ที่เข้าระบบจึงส่งผลให้ประสิทธิภาพการบำบัดของระบบลดลง ส่วนการทดลองเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบบำบัดที่ระยะเวลากักน้ำ 3, 5, 7 และ 10 วันโดยใช้ปริมาณความเข้มข้นของไทโอไซยาเนตเท่ากับ 0.20 มก.ไซยาไนด์/ล พบว่าเมื่อระยะเวลากักน้ำเพิ่มขึ้นประสิทธิภาพการบำบัดของระบบทั้งในระบบที่มี ไทโอไซยาเนตและในระบบควบคุม (ไม่มีไทโอไซยาเนต) จะเพิ่มขึ้น โดยในระบบที่มี ไทโอไซยาเนตพบว่ามีประสิทธิภาพบำบัดค่าซีโอดี ค่าบีโอดี ค่าทีเคเอ็น และค่า ไซยาไนด์สูงที่สุดที่ระยะเวลากักน้ำเท่ากับ 10 วัน โดยสามารถบำบัดได้คิดเป็น ประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยเท่ากับ 96.0, 72, 49.7 และ 82.2 ตามลำดับ ส่วนระบบควบคุม สามารถบำบัดค่าซีโอดี ค่าบีโอดี และ ค่าทีเคเอ็น สูงที่สุดที่ระยะเวลากักน้ำ เท่ากับ 10 วัน เช่นกัน โดยสามารถบำบัดได้คิดเป็นประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยเท่ากับ 97.5, 93.3 และ 80.3 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าในน้ำที่ออกจากระบบบำบัดมี ปริมาณแอมโมเนียม ไนไตร์ท ไนเตรท และซัลเฟต ลดลง เมื่อระยะเวลากักน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งการเพิ่มระยะเวลากักน้ำเป็นการลดค่าภาระบรรทุกสารอินทรีย์ที่เข้าระบบจึง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการบำบัดของระบบเพิ่มขึ้น เมื่อทำการทดสอบประสิทธิภาพของระบบบำบัดในการบำบัดน้ำเสียจริงจาก อุตสาหกรรมชุบโลหะที่ระยะเวลากักน้ำ 10 วันพบว่าประสิทธิภาพการกำจัดค่าซีโอดี บีโอดี ทีเคเอ็น และไซยาไนด์ เท่ากับร้อยละ 90.2, 86.4, 52.2 และ 88.9 ตามลำดับ และพบไนไตร์ท ไนเตรท และซัลเฟตในน้ำที่ออกจากระบบบำบัดเท่ากับ 0.9, 0.2 และ 10.8 มก./ล. ตามลำดับ ดังนั้นจากการทดลองแสดงให้เห็นว่าระบบบำบัดแบบ เอสบีอาร์มีประสิทธิภาพสามารถบำบัดน้ำเสียที่มีสารประกอบไซยาไนด์ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ปัทมา สุระสินธุ์อนันต์ . (2545). ประสิทธิภาพการจำกัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบเอสบีอาร์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา สุระสินธุ์อนันต์ . 2545. "ประสิทธิภาพการจำกัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบเอสบีอาร์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปัทมา สุระสินธุ์อนันต์ . "ประสิทธิภาพการจำกัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบเอสบีอาร์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปัทมา สุระสินธุ์อนันต์ . ประสิทธิภาพการจำกัดสารประกอบไซยาไนด์ด้วยระบบเอสบีอาร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
