| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาผิวเคลือบที่ผลิตด้วยเปลวความร้อนเพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนหัวฉีด เชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ |
| นักวิจัย | : | หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ |
| คำค้น | : | การสึกหรอที่อุณหภูมิสูง , การสึกหรอแบบเฟรตติ้ง , การพ่นเคลือบด้วยเปลวความร้อน , High temperature wear , Fretting wear , Thermal Spray Coating |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1829 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งของเครื่องใบพัดกังหันก๊าซคือปัญหาการสึกหรอของ ชิ้นส่วนหัวฉีดเชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่อยู่ในส่วนห้องเผาไหม้ คือ ชิ้นส่วนทั้งสองนี้เกิดการสึกหรอแบบเฟรตติ้ง (Fretting wear) ที่อุณหภูมิสูง เนื่องจากการสั่นสะเทือนจากการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการศึกษาผิวเคลือบเพื่อป้องกันการสึกหรอแบบเฟรตติ้ง ที่อุณหภูมิสูงสำหรับใช้งานป้องกันการสึกหรอของหัวฉีดเชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีด เชื้อเพลิงในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ โดยศึกษาผิวเคลือบ 4 ชนิดคือ WC-17% Co Cr(,3)C(,2)-25% NiCr AI-Si-Graphite และ Co-Mo-Cr-Si ที่พ่นเคลือบบน เหล็กกล้าไร้สนิม โดยกระบวนการพ่นเคลือบด้วยเปลวความร้อน จากนั้นนำผิวเคลือบ ที่ได้มาทดสอบสมบัติทางกายภาพต่าง ๆเช่น ความแข็งแรงในการยึดเกาะระหว่าง ผิวเคลือบกับชิ้นส่วนงานเหล็กกล้าไร้สนิท ความพรุนของผิวเคลือบและโครงสร้าง จุลภาค เพื่อเปรียบเทียบผิวเคลือบแต่ละชนิดนอกจากนี้ยังได้มีการทดสอบความ ต้านทานการสึกหรอ แบบเฟรตติ้งที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส ในห้องปฏิบัติการ โดยสร้างเครื่องทดสอบการสึกหรอแบบเฟรตติ้งที่อุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นเครื่องชนิด Flat-on-Flat ทำการทดสอบในเตาอบ ควบคุมอุณหภูมิที่ 500 องศาเซลเซียส เพื่อ จำลองสภาวะที่เกิดการสึกหรอของชิ้นส่วนดังกล่าวและศึกษากลไกการสึกหรอของ ผิวเคลือบ ผลการวิจัยพบว่าผิวเคลือบจากการพ่นเคลือบด้วย HVOF มีคุณสมบัติดีกว่า ผิวเคลือบที่พ้นเคลือบด้วยเปลวพลาสมาเมื่อพ่นเคลือบด้วยวัสดุชนิดเดียวกัน เนื่องจาก ผิวเคลือบจากการพ่นเคลือบด้วย HVOF มีรูพรุนต่ำกว่า ความแข็งของผิวเคลือบสูงกว่า และทนต่อการฉีดขาดได้ดีกว่า มีการยึดเกาะกับชิ้นงานเหล็กไร้สนิทดีกว่า และเฟสของ ผิวเคลือบที่ได้มีความเสถียรต่อการเกิดออกซิเดชันและดีคาร์บูไรเซชั่นสูงกว่า ผิวเคลือบจากการพ่นเคลือบด้วยเปลวพลาสมา ผลจากการทดสอบการสึกหรอแบบเฟรตติ้งที่อุณหภูมิ 500 องศาเซลเซียส พบว่าผิวเคลือบ WC-17%Co มีการเกิดออกซิเดชั่นและดีคาร์บูไรเซชั่นเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ผิวเคลือบเปราะแตกง่าย ความเสียหายของผิวเคลือบเกิดการสึกหรอแบบ abrasive ผิวเคลือบ Al-Si-Graphite มีการแยกตัวของซิลิกอนออกมาเป็นอนุภาคซิลิกอน ซึ่งจะช่วยให้ผิวเคลือบต้านทานการสึกหรอได้ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามโครงสร้าง อลูมิเนียม-ซิลิกอนอัลลอยด์และกราไฟต์ไม่มีความแข็งแรงพอต้านทานการสึกหรอในสภาวะ รุนแรงและในการทดสอบให้ผลที่ไม่น่าพอใจผิวเคลือบ Cr(,3)C(,2)-25%NiCr มีความ ต้านทานการสึกหรอและการเกิดออกซิเดชันได้ดี ซึ่งจะพบว่าน้ำหนักชิ้นงานเพิ่มขึ้น ที่ละน้อยอย่างต่อเนื่องในขณะทดสอบ ส่วนผิวเคลือบ Co-Mo-Cr-Si มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอและการเกิด ออกซิเดชันได้ดีมาก ในการทดสอบผิวเคลือบมีอัตราการเกิดออกซิเดชันคงที่ภายใน 6 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้ผิวเคลือบ Co-Mo-Cr-Si จึงเหมาะที่จะใช้ในการต้านทานการ สึกหรอแบบเฟรตติ้งที่อุณหภูมิประมาณ 500 องศาเซลเซียสของชิ้นส่วนหัวฉีดเชื้อเพลิง และปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงและในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ |
| บรรณานุกรม | : |
หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ . (2545). การพัฒนาผิวเคลือบที่ผลิตด้วยเปลวความร้อนเพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนหัวฉีด เชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ . 2545. "การพัฒนาผิวเคลือบที่ผลิตด้วยเปลวความร้อนเพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนหัวฉีด เชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ . "การพัฒนาผิวเคลือบที่ผลิตด้วยเปลวความร้อนเพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนหัวฉีด เชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. หทัยพัฒน์ ค่อยประเสริฐ . การพัฒนาผิวเคลือบที่ผลิตด้วยเปลวความร้อนเพื่อป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนหัวฉีด เชื้อเพลิงและปลอกหัวฉีดเชื้อเพลิงที่ใช้ในเครื่องใบพัดกังหันก๊าซ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
