| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์การยอมรับและพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ |
| นักวิจัย | : | ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล |
| คำค้น | : | ครู -- การประเมิน , การพัฒนาตนเอง , การรับรู้ตนเอง , วิจัยแบบผสมผสาน , Teachers -- Rating of , Self-culture , Self-perception , Mixed methods research |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | วรรณี แกมเกตุ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/34568 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ (1) ศึกษาระดับการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ครู และระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู หลังการประเมินความรู้ครู (2) วิเคราะห์เปรียบเทียบระดับการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ครู และพฤติกรรมการปฏิบัติงานหลังการประเมินความรู้ครู ระหว่างครูที่มีภูมิหลังต่างกัน และเข้ารับการประเมินความรู้ในชุดวิชาที่ต่างกัน (3) วิเคราะห์เปรียบเทียบพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู ก่อนและหลังการประเมินความรู้ครู และ (4) วิเคราะห์การยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ครู ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครู ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (mixed-methods research) แบบลำดับเวลา (sequential mixed-methods design) ขั้นตอนแรกศึกษาข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างครู ที่เข้ารับการประเมินความรู้ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 460 คน ขั้นที่สองศึกษาข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูล เชิงปริมาณโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ตารางไขว้ (cross-tabulation) การทดสอบทีแบบจับคู่ (paired t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณแบบทางเดียว (one-way MANOVA) การวิเคราะห์องค์ประกอบ (factor analysis) และวิเคราะห์โมเดลลิสเรลด้วยโปรแกรม LISREL การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) ครูยอมรับในกระบวนการสอบ และยอมรับในผลการประเมินความรู้ของตนเองอยู่ในระดับปานกลาง และหลังจากการประเมินความรู้ ครูมีพฤติกรรมการปฏิบัติงานทั้งด้านการพัฒนาตนเอง การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่ในระดับมาก (2) ครูที่มีอายุประสบการณ์ในการสอน ประสบการณ์ในการเข้าร่วมอบรม ระดับผลการประเมินความรู้ที่ต่างกัน มีระดับการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ และระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่ครูที่มีวุฒิการศึกษา ระดับชั้นที่สอน และเข้ารับการประเมินความรู้ในชุดวิชาที่ต่างกัน มีระดับการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ และระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานไม่แตกต่างกัน ส่วนครูที่มีตำแหน่งต่างกัน มีระดับพฤติกรรมการปฏิบัติงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่มีระดับการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ไม่แตกต่างกัน (3) พฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู ก่อนและหลังการประเมินความรู้ครูแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยพบว่า ครูมีพฤติกรรมการพัฒนาตนเอง การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาวิชาชีพครู หลังการประเมินความรู้ สูงกว่าก่อนเข้ารับการประเมินความรู้ (4) การยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ครูส่งผลต่อพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครู หลังการประเมินความรู้ครู โดยการยอมรับในกระบวนการประเมินความรู้ครู สามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการปฎิบัติงาน ได้ 23.30% และมีขนาดอิทธิพลเท่ากับ 0.482 |
| บรรณานุกรม | : |
ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล . (2553). การวิเคราะห์การยอมรับและพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล . 2553. "การวิเคราะห์การยอมรับและพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล . "การวิเคราะห์การยอมรับและพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. ฑิตยา สิทธิโสภาสกุล . การวิเคราะห์การยอมรับและพฤติกรรมการปฏิบัติงานของครูหลังการประเมินความรู้ครูของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
