| ชื่อเรื่อง | : | แหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง : การเปรียบเทียบโมเดลเชิงสาเหตุคู่แข่งสองโมเดล |
| นักวิจัย | : | สุพรรณิการ์ กงภูธร |
| คำค้น | : | ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , ความสามารถในตนเอง , การรับรู้ตนเอง , Academic achievement , Self-efficacy , Self-perception |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อวยพร เรืองตระกูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/33213 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบความตรงของโมเดลแสดงอิทธิพลของแหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง โดยศึกษาโมเดลคู่แข่ง 2 โมเดล ได้แก่ โมเดลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีแหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองเป็น 4 องค์ประกอบ และโมเดลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่มีแหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองเป็นองค์ประกอบเดียว 4 ตัวบ่งชี้ 2) เปรียบเทียบโมเดลแข่งขันระหว่างโมเดลแบบ ก กับโมเดลแบบ ข และ 3) ศึกษาอิทธิพลทางตรงของแหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีต่อความเชื่อในความสามารถของตนเอง และอิทธิพลทางอ้อมของแหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเองไปยังผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 337 คน จาก 29 โรงเรียน เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเที่ยง เท่ากับ 0.93 และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความยาก เท่ากับ 0.25-0.75 ค่าอำนาจจำแนก เท่ากับ 0.20 – 0.91 และมีความเที่ยงเท่ากับ 0.82 การวิเคราะห์ความตรงของโมเดลโดยใช้โปรแกรมลิสเรล ผลการวิจัยพบว่า 1) โมเดลทั้งสองมีโครงสร้างตามทฤษฎีสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (โมเดล แบบ ก χ² = 10.87 df=6 p=.092 GFI=.992 AGFI=.952 RMR=.019 และโมเดล แบบ ข χ²= 8.63 df=7 p=.280 GFI=.994 AGFI=.967 RMR=.020) 2) ผลการเปรียบเทียบโมเดล พบว่า โมเดล แบบ ก มีค่าสัมประสิทธิ์การทำนายสูงกว่าโมเดล แบบ ข 3) ผลการศึกษาอิทธิพลทางตรงและทางอ้อม พบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงต่อความเชื่อในการรับรู้ความสามารถของตนเองและมีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สูงที่สุด คือ ประสบการณ์ความสำเร็จจากการเรียน รองลงมา คือ สภาวะทางร่างกายและอารมณ์ การใช้คำพูดชักจูง และการได้เห็นประสบการของผู้อื่น ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
สุพรรณิการ์ กงภูธร . (2553). แหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง : การเปรียบเทียบโมเดลเชิงสาเหตุคู่แข่งสองโมเดล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุพรรณิการ์ กงภูธร . 2553. "แหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง : การเปรียบเทียบโมเดลเชิงสาเหตุคู่แข่งสองโมเดล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุพรรณิการ์ กงภูธร . "แหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง : การเปรียบเทียบโมเดลเชิงสาเหตุคู่แข่งสองโมเดล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. สุพรรณิการ์ กงภูธร . แหล่งการรับรู้ความสามารถของตนเองที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านความเชื่อในความสามารถของตนเอง : การเปรียบเทียบโมเดลเชิงสาเหตุคู่แข่งสองโมเดล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
