| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ของระดับโซลูเบิ้ลซีไฟว์บีทูไนน์ในเลือดกับความรุนแรงของผู้ป่วยไมแอสเนีย กราวิสที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ |
| นักวิจัย | : | เจษฎา ศรีกุลศศิธร |
| คำค้น | : | มัยแอสธีเนียกราวิส , มัยแอสธีเนียกราวิส -- พยากรณ์ , เลือด -- การวิเคราะห์ , Myasthenia gravis , Myasthenia gravis -- Forecasting , Blood -- Analysis |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา , ณัฐ พสุธารชาติ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/32321 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553 บทนำ : โรคไมแอสทีเนีย กราวิส เป็นโรคระบบประสาทที่เกิดความผิดปกติของสารสื่อประสาทระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่พบได้บ่อยที่สุด โดยผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจมีอาการผิดปกติที่กล้ามเนื้อตาเพียงอย่างเดียวหรือเป็นกับกล้ามเนื้อลายทั่วร่างกายจนถึงขั้นมีการหายใจล้มเหลวได้ ปัจจุบันยังไม่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่สามารถพยากรณ์ได้ว่าผู้ป่วยรายใดจะมีโอกาสเกิดภาวะการหายใจล้มเหลว วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์ของระดับ soluble C5b-9(C5b-9) กับระดับความรุนแรงของโรคไมแอสทีเนีย กราวิส แบบทั่วตัว(generalized myasthenia gravis GMG) วิธีการศึกษา : การศึกษานี้เป็นการวิจัยนำร่องเชิงวิเคราะห์ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยศึกษาในผู้ป่วยGMG ที่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยผู้ป่วยจะได้รับการประเมินความรุนแรงของโรควันละครั้งโดยใช้ quantified myasthenia gravis strength score (QMGSS) ร่วมกับการเจาะเลือดเพื่อวัดระดับ C5b-9 สองครั้งต่อสัปดาห์ในสองสัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะเจาะเลือดเพื่อวัดระดับC5b-9สัปดาห์ละครั้งจนกว่าผู้ป่วยจะถูกจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ร่วมกับเก็บข้อมูลด้านประชากรศาสตร์และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวโรคของผู้ป่วย หลังจากนั้นหาความสัมพันธ์ระหว่างความรุนแรงของโรคกับระดับC5b-9ในเลือดโดยการใช้สมการ generalized estimating equations(GEE)หาค่าcoefficient เพื่อดูว่าระดับC5b-9มีความสัมพันธ์กับค่าQMGSSหรือไม่ ผลการศึกษา : มีผู้ปวยทั้งหมด 9 ราย เป็นหญิง 7 ราย อายุเฉลี่ย 47.4 ปี ระยะเวลาที่เป็นโรคเฉลี่ย 9.8ปี ผู้ป่วยทุกรายมีผลบวกต่อacetyl choline receptor antibody(AchRAb) ค่าเฉลี่ยของระดับ C5b-9ในกลุ่มคนปกติเท่ากับ 92.45ng/ml ค่าเฉลี่ยของระดับC5b-9แรกรับของกลุ่มผู้ป่วยGMGเท่ากับ 254.8 ng/ml (p=0.001) ค่าเฉลี่ยQMGSSแรกรับเท่ากับ 22.8พบว่ามีผู้ป่วย3รายมีการติดเชื้อขณะเข้ารับการรักษาโดยพบว่าผู้ป่วยในกลุ่มนี้มีระดับการเปลี่ยนแปลงของC5b-9ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่ไม่มีการติดเชื้อ ค่าcoefficient จาก generalized estimating equationsเท่ากับ-0.273(ค่า pเท่ากับ 0.829) พบว่า ระดับ C5b-9ไม่มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยGMG สรุป ระดับC5b-9แรกรับในผู้ป่วยGMGมีความแตกต่างจากกลุ่มคนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p=0.001) แต่ระดับ C5b-9ไม่มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยGMGตลอดช่วงเวลาที่เข้ารับการรักษา |
| บรรณานุกรม | : |
เจษฎา ศรีกุลศศิธร . (2553). ความสัมพันธ์ของระดับโซลูเบิ้ลซีไฟว์บีทูไนน์ในเลือดกับความรุนแรงของผู้ป่วยไมแอสเนีย กราวิสที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจษฎา ศรีกุลศศิธร . 2553. "ความสัมพันธ์ของระดับโซลูเบิ้ลซีไฟว์บีทูไนน์ในเลือดกับความรุนแรงของผู้ป่วยไมแอสเนีย กราวิสที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เจษฎา ศรีกุลศศิธร . "ความสัมพันธ์ของระดับโซลูเบิ้ลซีไฟว์บีทูไนน์ในเลือดกับความรุนแรงของผู้ป่วยไมแอสเนีย กราวิสที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print. เจษฎา ศรีกุลศศิธร . ความสัมพันธ์ของระดับโซลูเบิ้ลซีไฟว์บีทูไนน์ในเลือดกับความรุนแรงของผู้ป่วยไมแอสเนีย กราวิสที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.
|
