ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม
นักวิจัย : กาญจนาพร มิ่งมงคลชัยกุล
คำค้น : ฟันปลอม , ความแข็ง , โพลิเมทิลเมทาคริเลต , โพลิเมทิลเมทาคริเลต -- พื้นผิว , กำลังวัสดุ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะทันตแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/30516
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแข็งผิวและการยึดติดกับฐานฟันเทียมของซี่ฟันเทียมสำเร็จรูปและอะคริลิกชนิดบ่มด้วยความร้อน และศึกษาสัดส่วน ชนิดของวัสดุอัดแทรกและปริมาณของสารเชื่อมขวางที่สามารถปรับปรุงสมบัติของอะคริลิกใสสำหรับใช้เป็นวัสดุทำซี่ฟันเทียม โดยแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 เปรียบเทียบอะคริลิกชนิดบ่มด้วยความร้อนกับซี่ฟันเทียมอะคริลิกทางการค้าได้แก่ ฟันเมเจอร์เดนท์ (Mj) ฟันออร์โทลักซ์ท็อป (Or) ฟันเทอร์โมพลาสติก (PCP) อะคริลิกใส (clear) และอะคริลิกสีเหมือนฟัน(4F) ตอนที่ 2 เปรียบเทียบการเติมวัสดุอัดแทรกในอะคริลิกใส คือ แก้วขนาดไมโครร้อยละ 10 (BBAS 10%) และร้อยละ 15 (BBAS 15%) และซิลิกาขนาดนาโนร้อยละ 1 (Si 1%)และร้อยละ 3 (Si 3%) เลือกสูตรที่ให้ค่าแข็งวิกเกอร์ส(VHN)สูงสุดมาศึกษาต่อในตอนที่ 3 คือ เปรียบเทียบการเติมซิลิกาขนาดนาโนร้อยละ 3 ร่วมกับสารเชื่อมขวางเอทิลีนไกลคอลไดเมทาคริเลตร้อยละ 10 (Si 3%+EG 10%) และร้อยละ 20 (Si 3%+EG 20%) โดยมีชิ้นตัวอย่างกลุ่มละ 10 ชิ้น นำมาทดสอบความแข็งวิกเกอร์ส 5 ครั้งด้วยแรง 300 กรัมเป็นเวลา 15 วินาที โดยนำค่ากึ่งกลางมาหาค่าเฉลี่ยเป็นค่าความแข็งวิกเกอร์ส (VHN) และทดสอบความแข็งแรงยึดติดแบบดึง (TBS) กับฐานฟันเทียม นำข้อมูลมาทดสอบทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและทำการเปรียบเทียบเชิงซ้อนแบบแทมเฮน และแบบทูกีย์ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ผลการทดลองตอนที่ 1 พบว่า clear (21.30±0.29) มีค่า VHN ต่ำสุด ส่วน PCP (22.41±0.64) มีค่า VHN ปานกลางเทียบเท่า 4F (22.14±0.50) และ Mj (22.90±0.70) ส่วน TBS พบว่า PCP(8.55±2.70) ให้ค่า TBS มีค่าต่ำสุด clear (26.59±7.19) มีค่าTBS ใกล้เคียงกับ 4F (21.40±6.37) และ Or (40.65±9.01) มีค่า TBS ใกล้เคียงกับ Mj (38.25±6.96) ตอนที่ 2 พบว่า BBAS 10% (22.29±0.21) BBAS 15% (21.95±0.41) และ Si 3% (23.09±0.23) เพิ่ม VHN ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมีค่า TBS ใกล้เคียงกัน โดย Si1% และ Si3% ไม่พบรูปแบบการแตกหักแบบแอดฮีซีฟ แต่ BBAS 15% พบรูปแบบการแตกหักในซี่ฟันเทียม และตอนที่ 3 พบว่า Si 3%+EG 20% (23.34±0.43) มีค่า VHN สูงกว่า Si 3% อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ การเติมวัสดุอัดแทรกร่วมกับสารเชื่อมขวางทำให้ TBS ต่ำลงได้อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติและพบรูปแบบการแตกหักในซี่ฟันเทียมสูงขึ้นในกลุ่ม Si 3%+EG 20%

บรรณานุกรม :
กาญจนาพร มิ่งมงคลชัยกุล . (2553). ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กาญจนาพร มิ่งมงคลชัยกุล . 2553. "ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กาญจนาพร มิ่งมงคลชัยกุล . "ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
กาญจนาพร มิ่งมงคลชัยกุล . ความแข็งแรงการยึดติดแบบดึงและความแข็งผิวของซี่ฟันเทียม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.