| ชื่อเรื่อง | : | แนวโน้มของการใช้เส้นใยมันสำปะหลังเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักเอทานอล |
| นักวิจัย | : | ภณิดา นิ่มศึกษา |
| คำค้น | : | อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงเอทานอล -- ผลผลิตพลอยได้ , เชื้อเพลิงเอทานอล , ผลิตภัณฑ์พลอยได้ , การใช้ของเสียให้เป็นประโยชน์ , มันสำปะหลัง -- การนำกลับมาใช้ใหม่ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อัญชริดา อัครจรัลญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/29731 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554 การศึกษาศักยภาพของเส้นใยมันสำปะหลัง หลังกระบวนการผลิตเอทานอล จากหัวมันสำปะหลัง ในการเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอล ทั้งนี้เพราะมีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบสูงถึง 39.8%(w/w) น้ำหนักแห้งและมีขนาดอนุภาคเหมาะสม (20-40 เมส) พบว่าเส้นใยมันสำปะหลังฯซึ่งผ่านการปรับสภาพด้วยกรดซัลฟูริกเจือจาง ถูกย่อยด้วยเซลลูเลสเป็นน้ำตาลกลูโคสได้ดีกว่าเส้นใยมันสำปะหลังฯที่ผ่านการปรับสภาพด้วยแคลเซียมไฮดรอกไซด์ สภาวะที่เหมาะสมต่อการปรับสภาพด้วยกรดซัลฟูริกเจือจางคือ แขวนลอยเส้นใยมันสำปะหลังฯ 10%(w/v) ในสารละลายกรดซัลฟูริกเข้มข้น 6.67%(w/v)ให้ความร้อนภายใต้ความดันไอน้ำที่ 121°ซ ความดัน 15 ปอนด์/ตร.นิ้ว เป็นเวลา 45 นาที เมื่อนำมาย่อยด้วยเซลลูเลส (AccelleraseTM1500)1.17หน่วยเอ็นไซม์ซีเอ็มซี/กรัมน้ำหนักแห้ง ในสารละลายบัฟเฟอร์โซเดียมซิเตรทเข้มข้น 100 มิลลิโมลาร์ ค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 5.0 ที่ 50 °ซ นาน 6 ชั่วโมง ได้น้ำตาลกลูโคส 0.10 กรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง การเพิ่มเซลลูเลสที่ใช้เป็น11.68 หน่วยเอ็นไซม์ซีเอ็มซี/กรัมน้ำหนักแห้ง ทำให้ปริมาณน้ำตาลกลูโคสที่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 0.13 กรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง ปริมาณน้ำตาลกลูโคสที่ได้จะสูงสุด (0.15 กรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง) เมื่อย่อยเส้นใยมันสำปะหลังฯที่ผ่านการปรับสภาพด้วยกรดซัลฟูริกเจือจาง ขณะแขวนลอยในพรีทรีตเมนต์ไฮโดรไลเซต (pretreatment hydrolysate) และเพิ่มเซลลูเลสที่ใช้เป็น 16.35 หน่วยเอ็นไซม์ซีเอ็มซี/กรัมน้ำหนักแห้ง ผลศึกษาปัจจัยคือเวลาการปลูกเชื้อ(inoculate)หลังการเติมเซลลูเลส ค่าความเป็นกรด-ด่าง และอุณหภูมิการบ่ม แบบหลายปัจจัยร่วม(Factorial Design,2[superscript k] เมื่อ k = 3) ต่อการหมัก เส้นใยมันสำปะหลังฯที่ผ่านการปรับสภาพด้วยกรดซัลฟูริกเจือจางแบบSimultaneous Saccharification and Fermentation โดยย่อยด้วยเซลลูเลส 16.35 หน่วยเอ็นไซม์ซีเอ็มซี/กรัมน้ำหนักแห้ง และหมักด้วย Saccharomyces cerevisiae G 5-7 (2) ที่ระยะการเจริญ mid log phase ปริมาณ 10%(v/v) พบว่าได้เอทานอลสูงสุด (2.72 กรัม/ลิตร หรือ 0.027 กรัม/กรัมน้ำหนักแห้ง) เมื่อปลูกเชื้อทันทีหลังการเติมเซลลูเลส ค่าความเป็นกรด-ด่างเท่ากับ 5.0 และอุณหภูมิการหมัก 40°ซ หลังการบ่ม 96 ชั่วโมง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติพบว่ายิ่งเวลาการปลูกเชื้อห่างจากเวลาการเติมเซลลูเลสก็จะยิ่งทำให้ปริมาณเอทานอลที่ได้ลดลง |
| บรรณานุกรม | : |
ภณิดา นิ่มศึกษา . (2554). แนวโน้มของการใช้เส้นใยมันสำปะหลังเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักเอทานอล.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภณิดา นิ่มศึกษา . 2554. "แนวโน้มของการใช้เส้นใยมันสำปะหลังเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักเอทานอล".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภณิดา นิ่มศึกษา . "แนวโน้มของการใช้เส้นใยมันสำปะหลังเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักเอทานอล."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print. ภณิดา นิ่มศึกษา . แนวโน้มของการใช้เส้นใยมันสำปะหลังเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเอทานอลเป็นวัตถุดิบสำหรับการหมักเอทานอล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.
|
