ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน)

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน)
นักวิจัย : ธัญธวัช แพงไธสง
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อารยะ ศรีกัลยาณบุตร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะศิลปกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/21271
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ศป.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

งานวิจัยเรื่อง การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ (หินยาน) มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อที่จะศึกษาหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ (หินยาน) 2. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบหลักการองค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ กับหลักการและทฤษฎีที่แสดงแก่นแท้และเอกลักษณ์ของศาสนาพุทธ (หินยาน) 3. เพื่อที่จะได้หลักการองค์ประกอบและ การจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่สอดคล้องกับหลักการแก่นแท้ของศาสนาพุทธ (หินยาน) ดำเนินการวิจัยขั้นที่หนึ่ง โดยการศึกษาหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ (หินยาน) จากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์ พระภิกษุ จนได้หลักการโดยรวมที่เป็นหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ (หินยาน) และทำแบบสอบถามเพื่อที่จะสรุปหาคำตอบว่าหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ(หินยาน) คือหลักการอะไรเป็นสำคัญ โดยลงไปเก็บข้อมูลกับพระสงฆ์ สถานที่ที่ลงไปเก็บข้อมูล คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยและ สำนักหรือวัดที่ปฏิบัติธรรม เกณฑ์การวัดคะแนน ใช้การกำหนดค่าน้ำหนักคะแนน 5 ระดับ จากนั้นก็นำผลที่ได้คะแนนมากที่สุด ก็คือ หลัก "ไตรสิกขา" เป็นหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ (หินยาน) เพราะเป็นหลักที่รวมสาระของหลักธรรมต่างๆที่มีอยู่ในเรื่อง ศีล สมาธิ และปัญญา โดยหลักของไตรสิกขานี้ ที่มุ่งเน้นไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ของสิ่งทั้งปวง การดำเนินการวิจัยขั้นที่สอง คือ ศึกษาหลักการองค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์โดยวิธี (Literature Review) ทบทวนวรรณกรรม ที่เป็นเนื้อหาของข้อความ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบความสำคัญในหัวข้อเฉพาะ ที่ตรงกัน 2ใน3 ในเรื่องของหลักการองค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ แล้วนำคำตอบคือ หลัก "ไตรสิกขา" เป็นหลักการแก่นแท้ทางศาสนาพุทธ (หินยาน) มารวมกับ หลักการองค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ เป็นแบบสอบถามอีก1 ชุดเพื่อที่จะนำไปเก็บข้อมูลกับผู้เชียวชาญที่เป็นนักออกแบบ และศิลปิน โดยเกณฑ์การวัดคะแนน ใช้การกำหนดค่าน้ำหนักคะแนน 5 ระดับตามเกณฑ์ จากนั้นก็นำผลที่ได้คะแนนมากที่สุด มาเป็นคำตอบในเรื่องหลักการองค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ ฉะนั้นหลักการองค์ประกอบและ การจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่สอดคล้องกับหลักการแก่นแท้ของศาสนาพุทธ (หินยาน) คือ องค์ประกอบพื้นฐาน (Basic Elements) คือ จุด (Points),เส้นนอน(Horizontal Line), รูปทรงธรรมชาติ(Natural Form),ลักษณะผิวที่รับรู้ได้ด้วยผิวหนังที่ปรากฏในธรรมชาติ(Actual Texture or Tactile Texture),สีโทนเดียว(Monochromatic Color Scheme), และการจัดวางพื้นฐาน (Basic composition)คือ ความสมดุลที่เท่ากัน(Symmetrical Balance),จังหวะการต่อเนื่องเป็นลำดับ(Progression Rhythm),สัดส่วนขนาดและรูปทรงที่มีขนาดใกล้เคียงกัน,บริเวณที่ว่างที่เป็นบวก(Positive Space), การตัดกันที่สี(Contrast of Color) จากผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบและ การจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่สอดคล้องกับหลักการแก่นแท้ของศาสนาพุทธ (หินยาน) นั้นเป็นองค์ประกอบศิลป์ และการจัดวางพื้นฐานที่ดูแล้วเรียบง่าย ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อน สอดคล้องกับหลัก ไตรสิกขา ที่สอนให้ยึดหลักการ 3 ข้อ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา สอนให้มั่นเพียรกระทำความดี ละเว้นความชั่ว ปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิ เพื่อที่จะได้เกิดสติปัญญาในการดำเนินชีวิตให้ลุลวงไปด้วยดี ในแง่ขององค์ประกอบศิลป์ เป็นองค์ประกอบที่ชัดเจนไม่ซับซ้อน ไม่มากไม่น้อย มีความหมายแฝง สีกลมกลืนด้วยสีโทนเดียว บางครั้งตัดกันด้วยสีเพื่อความชัดเจน ถ้าเป็นหลักธรรม ก็เสมือนพอใจในสิ่งที่ตนมีไม่เติมแต่ง กิเลสตัณหา ใช้รูปทรงเป็นธรรมชาติเข้าใจง่ายไม่เคลือบแคลง เห็นอะไรเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น และการจัดวางเป็นระเบียบเรียบร้อย มั่นคงไม่เอียงซ้ายเอียงขวามากเกินไป ตรงกลางพอดี ก็คงเหมือนที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เดินทางสายกลาง ประโยชน์ที่คาดว่าน่าจะได้รับน่าจะเป็นประโยชน์ แก่องค์กรสงฆ์ และ กระทรวงศึกษา ที่จะได้มีรูปแบบที่มีมาตรฐาน หรือทฤษฎี มารองรับเพื่อที่จะได้นำเสนอธรรมะในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนจากการนำเสนอธรรมะเป็นภาษาบาลีเข้าใจยากหรือพิธีการจำเจน่าเบื่อ มาเป็นการนำเสนอในภาษาภาพ ที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์ แก่นักออกแบบ ตกแต่งภายใน ศิลปิน สถาปนิก แฟชั่นดีไซน์เนอร์ นักแต่งสวน ที่จะนำ องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ ที่เป็นเอกลักษณ์ของศาสนาพุทธ (หินยาน) ไปประยุกต์ใช้ในสาขาอาชีพได้น่าจะเป็นประโยชน์ แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มีความสนใจ ศึกษาค้นคว้าประกอบการเรียน การศึกษาได้

บรรณานุกรม :
ธัญธวัช แพงไธสง . (2551). การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน).
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญธวัช แพงไธสง . 2551. "การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน)".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธัญธวัช แพงไธสง . "การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน)."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
ธัญธวัช แพงไธสง . การใช้องค์ประกอบและการจัดวางพื้นฐานทางเรขศิลป์ที่แสดงเอกลักษณ์ของหลักการทางศาสนาพุทธ(หินยาน). กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.