| ชื่อเรื่อง | : | พุทธปรัชญาเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม |
| นักวิจัย | : | ปรีชา คุณาวุฒิ |
| คำค้น | : | กรรม , พุทธปรัชญา |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุนทร ณ รังษี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2521 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20993 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521 ทฤษฏีเรื่องกรรมมีเค้าเริ่มจากทฤษฏี “ฤตะ” ในพระเวท ต่อมาจึงได้นำมาใช้อธิบายในแง่ศีลธรรม และได้เป็นที่ยอมรับกันอยู่ในอุปนิษัท เมื่อพุทธศาสนาเกิดขึ้นก็รับรองเรื่องกรรม และได้นำมาอธิบายไว้อย่างละเอียดพิสดาร ซึ่งเราอาจอธิบายหลักของพระพุทธศาสนาในส่วนใจความสำคัญทั้งหมด ได้ด้วยคำว่า “กรรม” เพียงคำเดียวได้ทั้งในปริยายเบื้องสูงและเบื้องต่ำ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงได้ชื่อว่า “กรรมวาท” ซึ่งตรงกันข้ามกับ “อกิริยวาท” อันเป็นลัทธิที่เกิดขึ้นฝ่ายตรงกันข้ามในสมัยพุทธกาล ซึ่งไม่เข้าใจในหลักของกรรม มติของกรรมของพระพุทธศาสนานั้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กรรมตามอรรถาธิบายในพระสูตร และกรรมตามอรรถาธิบายในอรรถกถา แต่ก็มิได้หมายความทั้งสองประเภทนี้จะแตกต่างกัน แท้จริงเป็นการขยายความซึ่งกันและกันเท่านั้น มติในพระสูตรแบ่งกรรมออกเป็น 4 ประเภท คือ กรรมดำมีวิบากดำ กรรมขาวมีวิบากขาว กรรมทั้งดำทั้งขาวมีวิบากทั้งดำทั้งขาว และกรรมไม่ดำไม่ขาวมีวิบากไม่ดำไม่ขาว ซึ่งเป็นการแบ่งโดยอาศัยธรรมชาติของกรรมดีและกรรมชั่ว หรือทั้งไม่ดีไม่ชั่วเป็นเกณฑ์ แต่มติในอรรถกถาได้นำเอามติในพระสูตรที่กระจักกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ มาสรุปไว้เป็นหลักเกณฑ์เสียใหม่ เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ของกรรมที่ให้ผลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มติในอรรถกถาจึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภท รวม 12 ชนิด กรรมที่ให้ผลตามเวลา (4) กรรมให้ผลตามน้ำหนัก (4) และกรรมที่ให้ผลตามหน้าที่ (4) เรื่องของกรรมมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการอธิบายจริยศาสตร์ คือ เราจะตัดสินการกระทำว่าดีหรือชั่วได้จากหลักของกรรม และการรู้เรื่องกรรมอย่างแจ่มแจ้งก็จะทำให้เลือกกรรมของตนใหม่ได้ ในแง่หนึ่งมนุษย์ถูกรรมกำหนด แต่ในอีกแง่หนึ่งมนุษย์ก็สามารถทอนกำลังของกรรมเก่าด้วยกรรมที่กระทำใหม่ได้ กล่าวให้กระชับก็คือ มนุษย์มีเสรีจะเลือกกรรมใหม่ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกรรมเก่าอันไม่พึงประสงค์ได้ ทฤษฏีกรรมตามมติของพระพุทธศาสนา ไม่ใช้เป็นทฤษฏีลอยๆ ซึ่งใช้อธิบายปรากฏการต่างๆ กรรมเป็นกฎสากลของชีวิตทั้งหมด ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งสามารถยืนยันว่าจะต้องได้รับผลอันเหมาะสมทัดเทียมกับกรรมที่ได้กระทำเอาไว้ หลักเรื่องกรรมของพระพุทธศาสนามิใช้สมมติฐานสำหรับอธิบายศีลธรรม เหมือนอย่างสมมติฐานในเหตุผลทางการปฏิบัติของคานท์ แต่เป็นหลักหรือเป็นกฎที่เป็นจริงซึ่งยืนยันผลว่าจะต้องได้รับมาจากอดีต และจะต้องได้รับอีกในอนาคต ตามประเภทของกรรมที่บุคคลได้กระทำลงไปอย่างแน่นอน ระบบของกรรมตามมติของพระพุทธศาสนา จึงสมบูรณ์กว่าระบบของกรรมเดินตามมติของพราหมณ์ ทั้งนี้เพราะให้กฎเกณฑ์ในการอธิบาย ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างชัดเจนอยู่ในตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยเทพเจ้าเป็นผู้พิทักษ์กฎแห่งกรรมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังให้ความอุบอุ่นใจและความมั่นใจ ได้ดีกว่าทฤษฏีจริยธรรมอื่นๆ ที่ยืนยันได้แต่เพียงปัจจุบันชาติ เพราะพระพุทธศาสนายืนยันผล ว่าจะต้องได้รับแน่นอนไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้า และยิ่งไปกว่านั้นเรายังสามารถสร้างสรรค์ชีวิตของเราใหม่ได้ตามกฎแห่งกรรมอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ปรีชา คุณาวุฒิ . (2521). พุทธปรัชญาเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรีชา คุณาวุฒิ . 2521. "พุทธปรัชญาเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปรีชา คุณาวุฒิ . "พุทธปรัชญาเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2521. Print. ปรีชา คุณาวุฒิ . พุทธปรัชญาเรื่องกรรมและการให้ผลของกรรม. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2521.
|
